ผู้เสียหายกับพวกมาเอาโคของจำเลย ซึ่งผู้เสียหายถือว่าจำเลยตกลงให้เป็นค่าสินสอดแก่ผู้เสียหาย จำเลยไม่ยอมให้ผู้เสียหายจึงเข้าไปจับโคในคอกของจำเลย ๆ จึงไ้ดใช้ดาบฟันผู้เสียหาย 3 ที จำเลยอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นบุตรจำเลยคนแรกเข้ามาใช้มีดโต้ฟั …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ผู้ตายซึ่งวิกลจริตขึ้นไปบนเรือนจำเลย หญิงซึ่งอยู่บนเรือนคนเดียวเข้าใจว่าเป็นคนร้าย จึงร้องว่าชะโมยให้ชาวบ้านช่วย มีชาวบ้าน 30-40 คนรวมทั้งจำเลยมีอาวุธปืน 6-7 กระบอก ไล่ตามยิงผู้ตาย ๆ หนีไปแอบจำเลยกับคนอื่น 2 คนยิงไปยังผู้ตายคนละนั …
ผู้ตายเมาสุราพูดจาท้าทายใครต่อใครในงาน อันเป็นการก่อกวนโทสะแก่บุคคลที่อยู่ที่นั้นทุกคน จำเลยที่ 1-2-3 มีส่วนเป็นเจ้าของงานแต่ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตาย จำเลยที่ 1 ใช้ไม้ตีผู้ตาย 1 ที ไม่ถึงบาดเจ็บจำเลยที่ 2 เอามีดฟันอีก 1 ทีถึง …
ไปร่วมทำการลักทรัพย์กับเขา ได้ทรัพย์มาแล้วถูกตำรวจจับได้ พวก 2 คนได้พูดให้สินบนแก่ตำรวจโดยลำพัง แล้วพวก 2 คน พากันไปเอาของกลางไปขายได้เงินให้ตำรวจไป แม้ผู้นั้นจะอยู่รู้เห็นด้วยในการที่พวกเอาของกลางไปขายแล้วเอาเงินให้ตำรวจ ก็ยังถือ …
จำเลย 5 คนไปเที่ยวยิงนก มีหนังสะติ๊กไป 2 อันพบเจ้าทรัพย์เดินสวนทางมา พวกจำเลยพูด ตรวจๆ เป็นทำนองว่าเป็นเจ้าพนักงานจะทำการตรวจค้น จำเลยที่ 1 เป็นคนเข้าตรวจค้น ยึดเอามีดดาบ มีดปลายแหลมและเงินค้นได้ก็ส่งทรัพย์ให้แก่จำเลยคนอื่นๆ รับมา …
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงขู่ การใช้ปืนยิงขู่ก็เป็นการขู่เข็ญว่าจะทำร้าย และทางพิจารณาก็ได้ความว่าจำเลยได้ใช้ปืน ทั้งยิงขู่และยิงจริง เข้าลักษณะปล้นสมฟ้องแล้ว จำเลยกับพวกได้มาร่วมมือกันใช้ปืนทั้งยิงขู่และยิงจริงโดยจ …
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกมีศาสตราวุธครบมือทุกคนกลุ้มรุมกันใช้ไม้ตีและหอกแทงผู้ตาย ถึงแก่ความตาย เข้าใจได้ว่าจำเลยกับพวกร่วมมือกันทำร้ายผู้ตาย โจทก์ไม่จำต้องอ้าง กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63
จำเลยได้รับมฤดกอาวุธปืนจากบิดาจำเลย ซึ่งได้รับอนุญาตให้มีโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่จำเลยมิได้ไปแจ้งความขอรับมฤดกภายในกำหนดของกฎหมายและการกระทำของจำเลยอยู่ในระหว่างใช้ พ.ร.บ.อาวุธปืน 2477 โจทก์จะเปลี่ยนฐานความผิดมาฟ้องขอให้ลงโทษฐานมีอาวุ …
จำเลยกับพรรคพวกได้สมคบกันมาทำร้าย ฉ. โดยแบ่งหน้าที่กัน คือจำเลยกับพวกขึ้นไปฟัน ฉ. ที่บนเรือน ส่วนพวกอีกคนหนึ่งมีอาวุธปืนรับหน้าที่เป็นผู้คุ้มกัน และคอยช่วยเหลืออยู่ข้างล่าง คนที่อยู่ข้างล่างยิง ฉ.ขณะที่หนีลงเรือน กระสุนปืนพลาดไปถู …
จำเลยยินยอมให้ผู้อื่นนำเครื่องมือทำเงินตราปลอม มาทำในบ้านที่จำเลยดูแลรักษา เมื่อได้ประโยชน์มา ผู้นั้นแบ่งประโยชน์ให้แก่จำเลยบ้าง ดังนี้ เรียกได้ว่าจำเลยมีเครื่องมือทำเงินตราปลอม ร่วมกับผู้นั้นและมีความผิดด้วย
ฟ้องขอให้ลงโทษฐานตัวการ แต่ศาลเห็นว่า จำเลยมีผิดฐานสมรู้เท่านั้น ศาลก็ลงโทษฐานสมรู้ ซึ่งมีโทษเบากว่าตัวการได้ หาเป็นการนอกฟ้องหรือเกินคำขอไม่
จำเลยกองหินในทางหลวงถนนสาธารณะ โดยได้ทำสัญญาเช่ากับเทศบาลเมื่อสัญญาเช่าสิ้นอายุแล้ว จำเลยไม่จัดการขนย้ายไป ดังนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องจัดการแก่จำเลยทางแพ่ง จะฟ้องขอให้ลงโทษฐานกองหินเกะกะทางหลวงตามกฎหมายลักษณะอาญา และพ.ร.บ.จราจรหาได …
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยเป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพะนันโปปั่น ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเป็นผู้สมรู้ในการจัดให้มีการเล่นการพะนัน ดั่งนี้ ลงโทษจำเลยฐานสมรู้ได้ (อ้างฎีกา 205/2483)
แม้จะไม่มีพยานโดยตรงว่า จำเลยที่ 2 สมคบกับจำเลยที่ 1 มาแต่แรก แต่พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 เดินอยู่ใกล้ชิดจำเลยที่ 2 พอจำเลยที่ 2ล้วงกระเป๋าลักแว่นตามาได้ก็ส่งให้จำเลยที่ 1 ในเวลากระชั้นชิดนั้นเอง และจำเลยที่ 1 รับแล้วใส่ไว้ในอกเสื้อ …
จำเลยทั้งสามเข้าไปปล้นทำร้ายเจ้าทรัพย์ ต่อมาเจ้าทรัพย์ตาย เนื่องจากบาดแผลที่ถูกทำร้ายเป็นบาดทะยัก จำเลทั้งสามมีความผิดตามมาตรา 301 ตอนท้าย
ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันเป็นตัวการลงมือฆ่าเขาตายแต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้คบคิดกันแล้วมอบปืนให้อีกคนหนึ่งไปยิงเขา โดยตนเองไม่ได้ไปด้วย ดังนี้จะลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงในข้อที่ว่าได้ลงมือทำเองหรือเป็นแต่ผู้ใ …
พฤตติการณ์ที่ถือว่าสมคบกันวิ่งราวทรัพย์
ศาลชั้นต้นพิพากษษลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.256 จำคุกคนละ 2 ปี แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา 254 จำคุก 1 ปี 6 เดือน และ 1 ปี ดังนี้ เป็นการแก้ไขมา โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ สองคนต่างลงมือทำร้ายผู้เสียหายถึงบาดเจ็บ …
การกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจริตหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกับศาลชั้นต้น แต่แก้กำหนดโทษจาก 2 ปีเหลือ 1 ปี ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยไม่มีความผิดโจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ค …
โจทก์ขายสินค้าต่างๆ ของตนที่มีอยู่ในห้องเช่าให้จำเลย และยอมให้จำเลยใช้สิทธิในห้องนั้นได้ถ้าโจทก์ต้องการเมื่อใด จำเลยก็จะยอมคืนห้องโดยดี จำเลยจึงได้เข้าอยู่ในห้องนั้นต่อมา ดังนี้ ถือว่าจำเลยไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์หากจะว่าเป็นผู้ครอบคร …