คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันเล่นการพะนันโปปั่นตาม พ.ร.บ.การพะนัน โดยจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนัน จำเลยอื่นเป็นเจ้ามือ และผู้เข้าเล่น ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทุกนตามฟ้อง เว้นแต่จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้ในการจัดให้มีการเล่นการพนันรายนี้ จึงลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม พ.ร.บ.การพะนัน ๒๔๗๘ มาตรา ๑๒ ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๖๓
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์กล่าวหาว่า จำเลยสมคบกันกระทำความผิดอันเป็นความผิดฐานตัว แต่ทางพิจารณาได้ความเพียงว่า จำเลยกระทำความผิดในฐานเป็นผู้สมรู้ในองค์ความผิดเดียวกันนั้น ย่อมลงโทษจำเลยได้ ไม่ขัดต่อ ป.ม.วิ.อาญา มาตรา ๑๙๒
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน