Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงขู่ การใช้ปืนยิงขู่ก็เป็นการขู่เข็ญว่าจะทำร้าย และทางพิจารณาก็ได้ความว่าจำเลยได้ใช้ปืน ทั้งยิงขู่และยิงจริง เข้าลักษณะปล้นสมฟ้องแล้ว จำเลยกับพวกได้มาร่วมมือกันใช้ปืนทั้งยิงขู่และยิงจริงโดยจำเลยมิได้แก้ตัวว่าได้เจตนากระทำเพื่ออะไร และทางพิจารณาก็ไม่ได้ความว่าเพื่อเหตุอื่นใด จึงต้องฟังตามกรรมของจำเลยว่าได้สมคบกันมาปล้น แม้ในเบื้องต้นมิได้มีเจตนาสมคบกันมาปล้น แต่ในภายหลังได้ร่วมมือกันทำการปล้นแล้ว ก็ต้องมีความผิดฐานปล้น คำฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวหาว่าจำเลยได้ทำให้คนตายในการปล้น แต่ได้แยกการฆ่านั้นไว้อีกกะทงหนึ่งต่างหากต่างกรรม ต่างวาระกันทำให้คนตาย ให้ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็ลงโทษจำเลยเพียงฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา 301 ตอนต้นเท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63 ป.วิ.อ. มาตรา 158

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยได้สมคบกับพวกกระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกะทง ต่างกรรมต่างวาระคือ ๑. จำเลยได้สมคบกับพวกปล้นทรัพย์ของนายอ่อนสี นายสุบิน นายซิงงี้ ๒. ในวันเวลาเดียวกับข้อ ๑ จำเลยกับพวกได้สมคบกันใช้อาวุธปืนยาวยิงนายลุน ถึงแก่ความตาย ๓. ในวันเวลาเดียวกับข้อ ๑ จำเลยได้สมคบกันวางเพลิงจุดเผาโรงเรือนและทรัพย์ของนายน้อย นายกัณหา นายมักจิง เสียหาย ๔๔๓๗ บาท ขอให้ลงโทษและใช้ราคาทรัพย์

จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้อ้างฐานที่อยู่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดฐานปล้นทรัพย์ และทำให้นายลุนตายในขณะร่วมมือกันทำผิด ให้จำคุกจำเลยทั้งสามไว้ตลอดชีวิต ในระหว่างอุทธรณ์นายพูนจำเลยตาย คดีฉะเพาะตัวนายพูนจึงระงับไป

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าในข้อหาฐานปล้นนั้นโจทก์ระบุเหตุประกอบแต่เพียงจำเลยใช้ปืนยิงขู่เจ้าทรัพย์เท่านั้น หาได้กล่าวถึงการใช้กำลังหรือพูดขู่เข็ญอย่างอื่นด้วยไม่ จึงไม่ต้องวินิจฉัยถึง ทั้งข้อเท็จจริงก็ฟังไม่ได้ว่าจำเลยสมคบกันทำการปล้นทรัพย์ จึงพิพากษาแก้ว่านายทองอยู่จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๕ ให้จำคุก ๗ ปี ยกฟ้องนายไปล่จำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา,

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่ศาลอุทธรณ์ตำหนิฟ้องของโจทก์ในข้อหาฐานปล้นว่า ระบุเหตุประกอบแต่เพียงว่า ได้ใช้ปืนยิงขู่ หาได้กล่าวถึงการใช้กำลัง หรือพูดขู่เข็ญอย่างอื่นไม่นั้นเห็นว่า การใช้ปืนยิงขู่ ก็เป็นการขู่ว่าจะทำร้าย และทางพิจารณาก็ได้ความว่าจำเลยใช้ปืนทั้งยิงขู่ และยิงจริง เข้าลักษณะปล้นแล้ว ส่วนที่ว่าจะมีการสมคบหรือไม่นั้น เห็นว่าเมื่อจำเลยกับพวกได้มาร่วมมือกันกระทำการดังกล่าวแล้ว โดยจำเลยมิได้แก้ตัวว่า ได้เจตนากระทำเพื่ออะไร และทางพิจารณาก็ไม่ได้ความว่าเพื่อเหตุอื่นใด จึงต้องฟังตามกรรมของจำเลยว่าได้สมคบกันมาปล้น ข้อเท็จจริงคงฟังได้ว่า นายไปล่จำเลยได้สมคบกับนายทองอยู่จำเลยกระทำผิดรายนี้ด้วย

อนึ่ง ตามคำฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวหาว่า ได้ทำให้นายลุนตายในการปล้นทรัพย์ แต่ได้แยกการฆ่านั้นไว้อีกกะทงหนึ่งต่างหาก ต่างกรรมต่างวาระกัน ในชั้นนี้ควรลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้จำคุกนายทองอยู่จำเลย ๑๕ ปี นายไปล่จำเลย ๑๒ ปี ตามบทกฎหมายดังกล่าว นอกนั้นยืนตาม

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาถปรีชา · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - หลวงวิชิต เนตินัย
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประสาสน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2501

ฟ้องบรรยายว่าจำเลยทำผิดในวันใดวันหนึ่งแน่นอน จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ ครั้นเมื่อสืบพยานโจทก์หมดแล้ว โจทก์ขอแก้ฟ้องเป็นว่า เมื่อระหว่างวันหนึ่งถึงอีกวันหนึ่ง วันเวลาใดไม่ปรากฎชัดจำเลยได้กร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1266/2500

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยแต่ละคนได้บังอาจใช้มีดแทงเขาตายโดยเจนาจะฆ่า เมื่อนำสืบได้ว่าใครแทง ศาลก็ลงโทษเฉพาะผู้นั้น ส่วนที่โจทก์สืบได้เพียงว่าไปอยู่ในที่วิวาทช่วยกลุ้มรุม แต่ไม่มีมีด ไม่มีพยานเห็นแทงจึงล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2500

ฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยกับพวกได้สมคบกันมีอาวุธปืนและไม้ฆ้อนเป็นศาสตราวุธตียิงทำร้ายร่างกายนายกุ่นและนายมาเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้โดยจำเลยประสงค์จะเอาทรัพย์แล้วจำเลยกับพวกได้ปล้นเอาทรัพย์ของนาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1685/2500

ฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยกับพวกได้สมคบกันมีอาวุธปืนและไม้ฆ้อนเป็นศาสตราวุธตียิงทำร้ายร่างกายนายกุ่นและนายมาเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้โดยจำเลยประสงค์จะเอาทรัพย์แล้วจำเลยกับพวกได้ปล้นเอาทรัพย์ของนาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2498

จำเลยที่ 1 กับอีกคนหนึ่งถือมีดคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ ในขณะที่คนร้ายอีกคนหนึ่งขู่เข็ญจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ดังนี้จำเลยที่ 1 มีผิดตามมาตรา 301 ส่วนจำเลยที่ 2,3 เมื่อได้ก็ปลีกตัวไปเสียก่อนยังไม่ได้มีการขู่เข็ญเจ้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้