Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 886/2492

พ.ศ. 2492 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลย 5 คนไปเที่ยวยิงนก มีหนังสะติ๊กไป 2 อันพบเจ้าทรัพย์เดินสวนทางมา พวกจำเลยพูด ตรวจๆ เป็นทำนองว่าเป็นเจ้าพนักงานจะทำการตรวจค้น จำเลยที่ 1 เป็นคนเข้าตรวจค้น ยึดเอามีดดาบ มีดปลายแหลมและเงินค้นได้ก็ส่งทรัพย์ให้แก่จำเลยคนอื่นๆ รับมาถือไว้ เจ้าทรัพย์ขอมีดและเงินคืน จำเลยที่ 1 ใช้มีดดาบของเจ้าทรัพย์นั้นเองฟันเจ้าทรัพย์ 1 ทีเป็นบาดแผลสาหัสดังนี้ รูปคดีฟังได้ว่า จำเลยทุกคนสมคบกันทำการชิงทรัพย์ของเจ้าทรัพย์และทำร้ายเจ้าทรัพย์ถึงบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่เป็นผิดฐานปล้น หนังสะติ๊กซึ่งตามธรรมดาเป็นของสำหรับเด็กยิงอะไรเล่นไม่ใช่ศาสตราวุธ จำเลยแย่งเอาดาบของเจ้าทรัพย์มาได้ และใช้ดาบนั้นฟันเจ้าทรัพย์ และเอาทรัพย์ไป ไม่นับว่าจำเลยมีศาสตราวุธตามความหมายของมาตรา 301

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 6 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 300 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่า จำเลย 5 คนนี้ กับนายไพบูลย์ ไปเที่ยวยิงนกมีหนังสติ๊กไป 2 อัน พบเจ้าทรัพย์ทั้งสองเดินทางสวนมา พวกจำเลยร้องพูดว่า ตรวจ ๆ เป็นทำนองว่าเป็นเจ้าพนักงานจะทำการตรวจค้นเจ้าทรัพย์ทั้งสองจึงหยุดให้ตรวจค้น นายทองดีจำเลยที่ 1 เป็นคนเข้าตรวจค้น ยึดเอามีดดาบ มีดปลายแหลมและเงิน ค้นได้ก็ส่งทรัพย์ให้แก่จำเลยคนอื่น ๆ รับมาถือไว้ นายจะทอเจ้าทรัพย์ขอมีดและเงินคืน นายทองดีจำเลยพูดว่านายจะทอหัวแข็ง แล้วใช้มีดดาบของเจ้าทรัพย์นั้นเองฟันนายจะทอ 1 ที ถูกสบักซ้ายเป็นบาดแผลสาหัส

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์

จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทุกคนนอกจากนายป่วนจำเลยตามฟ้องจำคุกคนละ 10 ปี ยกฟ้องนายป่วนจำเลยศาลอุทธรณ์แก้ว่า จำเลยที่ 1 มีผิดตามมาตรา 299 จำคุก 4 ปี ปล่อยจำเลยที่ 3, 4, 5โจทก์ฎีกา แต่จำเลยที่ 1 หลบหนีเรือนจำ จึงให้จำหน่ายคดีเสีย คงพิจารณาคดีเฉพาะจำเลยที่ 3, 4, 5ศาลฎีกาเห็นว่า ตามรูปเรื่องพอฟังได้ว่า จำเลยทุกคนสมคบกันทำการชิงทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ และทำร้ายเจ้าทรัพย์ถึงบาดเจ็บสาหัส จำเลยมีหนังสติ๊ก ถือไป 2 อันซึ่งตามธรรมดาหนังสติ๊กเป็นของสำหรับเด็กยิงอะไรเล่น ไม่ใช่ศาสตราวุธตามกฎหมายจำเลยสมคบกันทำการชิงทรัพย์โดยไม่มีศาสตราวุธไป จึงไม่มีผิดฐานปล้นทรัพย์ตอนที่จำเลยแย่งเอาดาบมาได้และใช้ดาบนั้นฟันเจ้าทรัพย์ ก็ไม่นับว่าจำเลยมีศาสตราวุธตามความหมายของมาตรา 301

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 3, 4, 5 มีผิดตามมาตรา 300 ตอนสองให้จำคุกคนละ7 ปี ลดฐานรับสารภาพชั้นสอบสวนคงจำคุกคนละ 4 ปี 8 เดือน และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาถปริญญา · ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2498

จำเลยที่ 1 กับอีกคนหนึ่งถือมีดคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ ในขณะที่คนร้ายอีกคนหนึ่งขู่เข็ญจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ดังนี้จำเลยที่ 1 มีผิดตามมาตรา 301 ส่วนจำเลยที่ 2,3 เมื่อได้ก็ปลีกตัวไปเสียก่อนยังไม่ได้มีการขู่เข็ญเจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2498

ความผิดฐานปลอมตนไปกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตามม.127 นั้น กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าผู้กระทำจะต้องแต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงานด้วย เมื่อคดีได้ความชัดว่าจำเลยทุกคนกับพวกสมคบกันมากระทำการโจรกรรมโดยมีแผนการณ์ว่าเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1977/2497

การที่จำเลยสมคบกันใช้อาวุธและวาจาขู่เข็ญให้เจ้าทรัพย์จ่ายเงินค่าสลากกินรวบซึ่งจำเลยถูกสลากและเจ้าทรัพย์เป็นเจ้ามือนั้น เป็นเรื่องที่จำเลยมุ่งหมายจะเอาทรัพย์ที่จำเลยเข้าใจว่าจำเลยควรจะได้ ไม่มีเ+ยยจิตต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1825/2497

จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งเข้าทำการชิงทรัพย์นอกจากนี้แล้วยังมีพรรคพวกซึ่งมาด้วยกันแล้วหลบหนีไปด้วยกันอีก บรรดาพรรคพวกนั้นยืนคุมเชิงอยู่ในลักษณะเตรียมร่วมมือด้วย นับได้ว่าจำเลยได้สมคบกับพวกมีจำนวนตั้งแต่ 3…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 849/2496

ไม้จริงขนาดยาว 2 ศอกโตเท่าแขน ตามธรรมดาแล้ว ย่อมสามารถจะทำให้ร่างกายแตกหักบุบสลายถึงสาหัสสได้ เมื่อใช้ไม้นี้ขู่เข็ญจะทำร้ายเจ้าทรัพย์ในการชิงทรัพย์ก็ถือได้ว่าไม้นั้นเป็นศาสตราวุธตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้