Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Section 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ลักษณะ ๒ ฎีกา

คำร้องตามมาตรา ๒๔๗ ให้พิจารณาและวินิจฉัยโดยองค์คณะผู้พิพากษาที่ประธานศาลฎีกาแต่งตั้ง ซึ่งประกอบด้วยรองประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาอีกอย่างน้อยสามคน
การวินิจฉัยให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้บังคับตามความเห็นของฝ่ายที่เห็นควรอนุญาตให้ฎีกา

This section cites

Related Supreme Court judgments

1,454 cases
Search more judgments
กรณีโจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากตึกแถวพิพาทอันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละห้าพันบาท จำเลยมิได้กล่าวแก้ เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่ในตึกแถวพิพาทที่ฟ้อง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าเจ้าของตึกแถวพิพาทเดิม กับจำเลยมีสัญญาต่างตอบแทนและโจทก์ซื้อตึกแถวพิพาทโดยไม่สุจริตให้ยกฟ้องโจทก์ ดังนั้น การที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่รู้มาก่อนซื้อตึกแถวพิพาทว่… Read full text
Sections also considered: ป.พ.พ. มาตรา 538 ป.วิ.พ. มาตรา 248
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญารับจ้างรักษาความปลอดภัยโดยได้แนบสำเนาสัญญาจ้างมาท้ายฟ้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องและระบุข้อความในสัญญาแต่ละข้อแสดงความรับผิดของจำเลยกรณีทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างหายไปโดยการโจรกรรม อันเป็นมูลแห่งคำฟ้องไว้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง แม้โจทก์จะมิได้มอบอำนาจเป็นหนังสือให้ ส. บอกกล่าวแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องแก่จำเลย แ… Read full text
Sections also considered: ป.พ.พ. มาตรา 306 ป.พ.พ. มาตรา 798 ป.พ.พ. มาตรา 823 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.วิ.พ. มาตรา 161 ป.วิ.พ. มาตรา 172 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา ตาราง 6
โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญารับจ้างรักษาความปลอดภัยโดยได้แนบสำเนาสัญญาจ้างมาท้ายฟ้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องและระบุข้อความในสัญญาแต่ละข้อแสดงความรับผิดของจำเลยกรณีทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างหายไปโดยการโจรกรรม อันเป็นมูลแห่งคำฟ้องไว้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง แม้โจทก์จะมิได้มอบอำนาจเป็นหนังสือให้ ส. บอกกล่าวแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องแก่จำเลย แ… Read full text
Sections also considered: ป.พ.พ. มาตรา 306 ป.พ.พ. มาตรา 798 ป.พ.พ. มาตรา 823 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.วิ.พ. มาตรา 161 ป.วิ.พ. มาตรา 172 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา ตาราง 6
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท และเป็นคดีฟ้องขับไล่ซึ่งขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท ทั้งจำเลยมิได้กล่าวแก้ด้วยกรรมสิทธิ์เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรคแรก และวรรคสอง ฎีกาของจำเลยทั้งสามเป็นฎีกาข้อเท็จจริงและฎีกาในส่วนคำสั่งไม่อนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมคำให้การเคลือบคลุมไม่แจ้งชัด แม้เป็นข้อกฎหมายแ… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 234 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยที่ 4 เห็นว่าฎีกาของจำเลยที่ 4 ในข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งหมายกำหนดวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 4 ทราบโดยวิธีประกาศหน้าศาลเป็นการส่งหมายที่ไม่ชอบ เนื่องจากจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น จึงไม่มีผลตามกฎหมาย ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอ… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา หากให้โจทก์บังคับคดีในระหว่างนี้ ผู้ร้องจะได้รับความเสียหายโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องกรณีเป็นชั้นบังคับคดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4พร้อมบริวารออกไปจากที่ดินและตึกแถวตามฟ้องของโจทก์และให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 5,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ฯลฯยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 231 ป.วิ.พ. มาตรา 247 ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกิน เดือนละ 5,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 244 ฎีกาทุกข้อเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับ ผู้ร้องเห็นว่า ฎีกาของผู้ร้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษว่าผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกมิใช่บริวารของจำเลย คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ผูกพันผู้ร้องตามปร… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 มิได้กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 และโจทก์ก็ฎีกาข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปในทางการที่จ้างโดยอ้างคำเบิกความของพยานต่าง ๆ จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งคดีนี้มีทุนทรัพย์เพียง 30,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการกระทำของจำเลยท… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 252
ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของผู้ร้องเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกิน 50,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของผู้ร้องผู้ร้องเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการที่ศาลชั้นต้นไม่รับฟังเอกสารหมาย ร.6 เพราะเหตุที่ผู้ร้องไม่ได้ส่งสำเนาให้โจทก์ 3 วันก่อนสืบพยานผู้ร้องนั้นเป็… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 150 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 252
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยที่ 2คัดค้านดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลล่างทั้งสองรับฟังพยานหลักฐานนอกฟ้อง นอกประเด็น ตลอดจน ปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้อง จึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษา ต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จ… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 252
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยที่ถูกเป็นโจทก์ยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดยคดีนี้มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาทซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.2 โดยมีนายเสนกเป็นผู้กรอกข้อความในหนังสือสัญญาดังกล่าวด้วยความสมัครใจของจำเลยก็ไม่ทำให้หลักฐานการกู้ยืมเงินที่สมบูรณ์แล้วเป็นหนังสื… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 252
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า คดีนี้แม้จำนวนทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาทแต่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 นอกจากนี้จำเลยยังได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าเอกสารอันเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินหมาย จ.1 ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ จึงรับฟัง เป็นพยานหลักฐานของโจทก์ไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบ เรีย… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 150 ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของผู้ร้องต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาผู้ร้องเห็นว่า ผู้ร้องได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญว่าผู้ร้องมีสิทธิอยู่ในที่ดินที่เช่าดีกว่าจำเลยเนื่องจากได้เช่าจากโจทก์โดยตรงและมี หลักฐานยันโจทก์ได้ ฎีกาของผู้ร้องมิได้โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์แต่อย่างใด เพียงแต่ผู้ร้องได้ชี้แจงเหตุผลจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ผู้ร้องได้นำสืบในชั้นพิจารณามาประกอบ สนับสน… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 105)จำเลยชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 2 หลังคือบ้านเลขที่ 210/1 ถนนริมฉ่ายตำบลตะพานหินอำเภอตะพานหินจังหวัดพิจิตร ออกไป… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 150 ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนเนื้อหาในฎีกาจะเป็นข้อกฎหมาย ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่านิติกรรมเป็นโมฆะหรือไม่ เป็นข้อที่จำเลยต่อสู้มาแต่แรกจึงเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเ… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 150 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249
Does this section affect your situation?
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Request a Consultation

Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up