Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57693)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 มิได้กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 และโจทก์ก็ฎีกาข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปในทางการที่จ้างโดยอ้างคำเบิกความของพยานต่าง ๆ จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งคดีนี้มีทุนทรัพย์เพียง 30,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการกระทำของจำเลยที่ 2มิได้กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 แม้จำเลยที่ 2 จะได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ก็ไม่ต้องรับผิด โดยรับฟังเฉพาะคำเบิกความของพยานฝ่ายจำเลยเท่านั้น หาได้รับฟังพยานทุกปากให้เป็นที่ยุติไม่ เป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(3) และการที่นายจ้อยไทรทองมี ควบคุมดูแลรถแทรกเตอร์ของตนเองและรถแทรกเตอร์ของจำเลยที่ 1 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นคนขับจะถือได้หรือไม่ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายลักษณะตัวแทนเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่โจทก์ไม่อาจยกขึ้นมาในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ได้เพราะพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 177แผ่นที่ 2)โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 30,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 173)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 175)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์รับฟังแต่พยานหลักฐานของจำเลยจึงเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมาย เห็นว่าการที่ศาลอุทธรณ์จะรับฟังพยานหลักฐานในสำนวนอย่างไร เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว ว่าจะรับฟังได้หรือไม่ เพียงใด จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในปัญหาข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1095/2533นางจินดา ยี่อำพันธ์โจทก์นางสงวน นาเลี้ยง กับพวกจำเลยนางจินดา ยี่อำพันธ์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2 มิได้กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 และโจทก์ก็ฎีกาข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำไปในทางการที่จ้างโดยอ้างคำเบิกความของพยานต่าง ๆ จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งคดีนี้มีทุนทรัพย์เพียง 30,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการกระทำของจำเลยที่ 2มิได้กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 แม้จำเลยที่ 2 จะได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ก็ไม่ต้องรับผิด โดยรับฟังเฉพาะคำเบิกความของพยานฝ่ายจำเลยเท่านั้น หาได้รับฟังพยานทุกปากให้เป็นที่ยุติไม่ เป็นการฟังข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(3) และการที่นายจ้อยไทรทองมี

ควบคุมดูแลรถแทรกเตอร์ของตนเองและรถแทรกเตอร์ของจำเลยที่ 1 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นคนขับจะถือได้หรือไม่ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายลักษณะตัวแทนเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่โจทก์ไม่อาจยกขึ้นมาในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ได้เพราะพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 177แผ่นที่ 2)โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 30,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 173)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 175)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์รับฟังแต่พยานหลักฐานของจำเลยจึงเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมาย เห็นว่าการที่ศาลอุทธรณ์จะรับฟังพยานหลักฐานในสำนวนอย่างไร เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว ว่าจะรับฟังได้หรือไม่ เพียงใด จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในปัญหาข้อนี้ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56361)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อั…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56260)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องก่อน จึงจะพิจารณาสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันไม่เสียค่าขึ้นศาลตามที่มีคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56958)

ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดี มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของผู้ร้องทั้งสองข้อเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงต้องห้ามต…

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56829)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ทุนทรัพย์ชั้นฎีกาของโจทก์ไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาจึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาทั้งในปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงอันเป็นสาระแก่ค…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up