Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Section 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ลักษณะ ๒ ฎีกา

คำร้องตามมาตรา ๒๔๗ ให้พิจารณาและวินิจฉัยโดยองค์คณะผู้พิพากษาที่ประธานศาลฎีกาแต่งตั้ง ซึ่งประกอบด้วยรองประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาอีกอย่างน้อยสามคน
การวินิจฉัยให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้บังคับตามความเห็นของฝ่ายที่เห็นควรอนุญาตให้ฎีกา

This section cites

Related Supreme Court judgments

1,454 cases
Search more judgments
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่ได้กล่าวอ้างว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยจึงไม่เป็นการกล่าวแก้ข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ แม้ว่าจำเลยร่วมจะได้ยื่นคำร้องสอดอ้างว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยร่วมกับสามีก็ตาม แต่จำเลยร่วมขอเข้าเป็นจำเลยร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(2) ซึ่งตามมาตรา 58 วรรคสอง ห้ามมิให้ผู้ร้องสอดใช้สิทธิอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่มีอยู่แก่คู่ความฝ่ายซึ่งตนเข้าเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วมในชั้นพิจาร… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 57 ป.วิ.พ. มาตรา 58 ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกเป็นความผิดต่อ รัฐ การฟ้องคดีของอัยการศาลทหารกรุงเทพ มิอาจถือ ได้ ว่าเป็นการฟ้องคดีอาญาแทนโจทก์ โจทก์จึงมิใช่คู่ความเดียว กับโจทก์ในคดีอาญาของศาลทหารกรุงเทพ ดังนั้นผลของคำพิพากษาคดีอาญาของ ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่ผูกพันโจทก์และศาลที่พิจารณาคดีแพ่งหาจำต้องถือ ข้อเท็จจริงตาม ที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาไม่. Read full text
Sections also considered: ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.วิ.พ. มาตรา 224 ป.วิ.อ. มาตรา 2 ป.วิ.อ. มาตรา 5 ป.วิ.อ. มาตรา 46 พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 54
ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกเป็นความผิดต่อ รัฐ การฟ้องคดีของอัยการศาลทหารกรุงเทพ มิอาจถือ ได้ ว่าเป็นการฟ้องคดีอาญาแทนโจทก์ โจทก์จึงมิใช่คู่ความเดียว กับโจทก์ในคดีอาญาของศาลทหารกรุงเทพ ดังนั้นผลของคำพิพากษาคดีอาญาของ ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่ผูกพันโจทก์และศาลที่พิจารณาคดีแพ่งหาจำต้องถือ ข้อเท็จจริงตาม ที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาไม่. Read full text
Sections also considered: ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.วิ.พ. มาตรา 224 ป.วิ.อ. มาตรา 2 ป.วิ.อ. มาตรา 5 ป.วิ.อ. มาตรา 46 พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 54
โจทก์ที่ 2 ฟ้องเรียกเงินจากจำเลย 27,738 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ.มาตรา 248 เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าไม่มีการจับสลากกำหนดเวลาคืนเงินให้ผู้ร่วมเล่นแชร์ ฎีกาของจำเลยเกี่ยวกับโจทก์ที่ 2 ที่ว่า โจทก์ที่ 2 ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ที่ 2 จะได้รับเงินคืนในเดือน สิงหาคม 2530 ตาม ที่จับสลากได้ ขณะที่ฟ้องยังไม่ถึงกำหนดเวลาดังกล่าวนั้น จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.วิ.พ. มาตรา 248
กรณีโจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากตึกแถวพิพาทอันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละห้าพันบาท จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์หรือมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่ในตึกแถวพิพาทที่ฟ้อง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าเจ้าของตึกแถวพิพาทเดิมกับจำเลยมีสัญญาต่างตอบแทนและโจทก์ซื้อตึกแถวพิพาทโดยไม่สุจริต ให้ยกฟ้องโจทก์ ดังนั้น การที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่รู้มาก่อนซื้อตึกแถวพิพาทว่า… Read full text
Sections also considered: ป.พ.พ. มาตรา 538 ป.วิ.พ. มาตรา 248
แม้โจทก์เคยอ้างสัญญากู้ทั้งสองฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้เป็นพยานในคดีที่จำเลยถูกฟ้องฐานเบิกความเท็จที่ศาลชั้นต้น และจำเลยไม่เคยโต้แย้งว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์ทั้งไม่เคยปฏิเสธว่าลายมือชื่อของจำเลยเป็นลายมือชื่อปลอม แต่จำเลยกระทำการดังกล่าวหลังจากที่สิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความไปแล้ว จึงไม่เป็นการรับสภาพต่อเจ้าหนี้ อันจะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 172.(ที่มา-ส่งเสริม) Read full text
Sections also considered: ป.พ.พ. มาตรา 172 ป.วิ.พ. มาตรา 225 ป.วิ.พ. มาตรา 247 ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ มิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอยู่บนอสังหาริมทรัพย์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลสูง จึงมีเหตุสมควรฎีกาอย่างยิ่ง โปรดมีคำส… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 234 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ความว่า โจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับโจทก์ทั้งสี่เห็นว่า โจทก์ทั้งสี่ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยอาศัยมูลเหตุจากการที่จำเลยปิดกั้นคันนาไม่ยอมให้โจทก์ชักน้ำผ่านที่นาของจำเลย โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหายจึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยยอมเปิดคันนาของจำเลย ซึ่งเป็นคำขอบังคับจำเลยให้กระทำการหรือละเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นคำขอประธาน ส่วนคำขอให้จำเลยใช้ค… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นฎีกาในข้อกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาทั้งฉบับจำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงที่นำสืบมาในศาลชั้นต้น สำหรับฎีกาข้อ 3 ปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยที่ 2 ก็ได้ยกขึ้นกันมาแล้วทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึง… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 234 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ5,000 บาท ฎีกาของจำเลยในประเด็นข้อ 2 และข้อสุดท้ายเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงให้รับฎีกาของจำเลยเฉพาะในประเด็นข้อแรกที่ว่าฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนประเด็นข้ออื่น ๆ นอกจากนั้นไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นข้ออื่น ๆ ก็เป็นปัญหาข้อก… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249 ป.วิ.พ. มาตรา 252
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาข้อ 2(ก)และ(ค)ส่วนข้อ 2(ข) เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับจำเลยเห็นว่าฎีกาของจำเลยข้อ 2(ข) เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2(ข)ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 14,426.43 บาทพร้… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า สัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์นำมาฟ้องปลอมหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องจำเลยชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 41,625 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงิน 30,000 บาทนับแต่… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 18,4… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาปัญหาว่า โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมไม่อาจใช้สิทธิของตนโดยลำพังในการฟ้องคดีนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา289 วรรคแรก ฎีกาปัญหาว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าธรรมดาหรือไม่ สัญญาเช่าสิ้นสุดลงหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีที่โจทก์ฟ้องขับไ… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 234 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสามเป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งนำข้อเท็จจริงมาประกอบ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาทศาลชั… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.พ. มาตรา 150 ป.วิ.พ. มาตรา 234 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.พ.พ. มาตรา 429
Does this section affect your situation?
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Request a Consultation

Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up