ความว่า จำเลยยื่นฎีกา บัดนี้จำเลยได้นำเงินไปชำระให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว จำเลยไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องฎีกาโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 123)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 71,377. …
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ฎีกาข้อ 2เป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการรับฟังข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การฎีกาข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ฎีกาข้อ 2. …
ความว่า เนื่องจากโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันได้แล้ว จำเลยทั้งสองไม่ติดใจดำเนินกระบวนพิจารณาอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกาโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 126,886.21บาทให้แก่โจทก …
ความว่า เนื่องจากโจทก์ตกลงผ่อนชำระค่าภาษีให้กับจำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 1 ตั้งเงื่อนไขว่าโจทก์จะต้องถอนอุทธรณ์ในคดีนี้ก่อน โจทก์จึงไม่ประสงค์จะอุทธรณ์ต่อไป จึงขอถอนอุทธรณ์ โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยทั้งสี่แถลงข้างคำร้องไม่คัดค้าน (อันด …
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้วหมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,86,91,151,157,162 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของเจ้ …
ความว่า คดีนี้ นายสมศักดิ์วาณิชย์ปฏิยุทธ์ ได้ประกันตัวจำเลยที่ 2 ไว้ในระหว่างฎีกาบัดนี้ผู้ประกันมีความประสงค์ที่จะขายที่ดินซึ่งเป็นหลักทรัพย์ใช้ประกันตัวจำเลยที่ 2 ให้แก่ผู้อื่นจึงขอเปลี่ยนตัวผู้ประกันรายใหม่แทน โปรดอนุญาตหมายเหตุ …
ความว่า เนื่องด้วยคดีนี้โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จำเลยจึงไม่ติดใจยื่นฎีกา จึงขอถอนฎีกาที่ได้ยื่นไว้ต่อศาล โปรดอนุญาตหมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงข้างคำร้องว่าไม่คัดค้าน (อันดับ 83)คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกถอนคืนการให้ที …
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีนี้กับจำเลยทั้งสองอีกต่อไป จำเลยทั้งสองจึงขอถอนฎีกาโปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 59)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยทั้งส …
ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยที่ 1 ที่ 2ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 169,180)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันชำระเงินจำนวน 310,000 บาทแก่โ …
ความว่า เนื่องจากโจทก์จำเลยสามารถตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยยินยอมชำระหนี้ตามฟ้องให้โจทก์ โจทก์จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตหมายเหตุ จำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 69)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้เงิน 7,169.45 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ …
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกา แต่บัดนี้จำเลยมีความประสงค์ขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องไม่คัดค้าน (อันดับ 165) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 217,200 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินต้นด …
บุคคลผู้มีสิทธิที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 คงมีเพียงทายาทผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการเท่านั้น ตามสำเนาพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองของผู้ตายมีใจความว่า ให้พ.เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตา …
จำเลยรับราชการเป็นนายช่างโยธา 5 ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยจราจรสงเคราะห์ประจำเขตการทางสงขลา กรมทางหลวง ในการปฏิบัติหน้าที่จำเลยมีอำนาจสั่งอนุญาตให้เบิกจ่ายน้ำมันและอนุญาตให้ใช้รถยนต์ในเขตการทางสงขลาด้วย การที่จำเลยได้สั่งให้ใช้รถของราชกา …
จำเลยที่ 1 ใช้เท้าเตะโจทก์ได้รับบาดเจ็บถึงกระดูดแขนหัก เป็นการทำร้ายร่างกายที่เข้าลักษณะร้ายแรงเป็นเหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1516(3) จำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูยกย่องจำเลยที่ 2 ฉันภริยาต่อเนื่องกันตลอดมา โจทก์เ …
จำเลยที่ 1 จะกู้ยืมเงินหรือรับเงินออมจากประชาชนจะต้องปฏิบัติอยู่ในกรอบกำหนดกฎเกณฑ์ตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจเงินทุนฯพ.ศ. 2522 และข้อกำหนดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีปรากฏว่าโจทก์นำเงินไปฝาก ณ สำนักงานของจำเล …
โจทก์ได้หญิงรับใช้ในบ้านโจทก์เป็นภริยามาเป็นเวลานาน ถือได้ว่าโจทก์อุปการะเลี้ยงดูและยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาอยู่ จึงมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่โจทก์ทำให้จำเลยซึ่งเป็นคู่หมั้น ของโจทก์ไม่สมควรสมรสกับโจทก์ จำเลยมิใช่เป็นฝ่ายผิด สัญญาหมั้น จ …
โจทก์เคยจดทะเบียนสมรสกับ ส. มาก่อนแล้วจึงมาจดทะเบียนสมรสกับจำเลย การสมรสระหว่างโจทก์จำเลยจึงเป็นโมฆะต่อมาโจทก์ได้ฟ้องหย่าจำเลยโดยอ้างเหตุเพียงว่าขณะที่โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยโจทก์มีคู่สมรสอยู่ก่อนแล้ว การจดทะเบียนสมรสเป็นโมฆะ ข …
การที่โจทก์ป่วยเป็นอัมพาตได้ประมาณ 3 เดือนแล้วจำเลยได้ออกจากบ้านไปโดยมิได้กลับมาอีกเป็นเวลาประมาณ 7 ปี ทั้งมิได้ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโจทก์ตามสมควรแต่อย่างใดนั้นเป็นการจงใจละทิ้งร้างโจทก์ไปเกินหนึ่งปี โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องห …
ตามบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีของโจทก์จำเลยที่ระบุว่า"นายสุรชัยและนางจุฑาทิตจะทำการหย่าร้างจากการเป็นสามีภริยากันให้ถูกต้องตามกฎหมายในภายหลัง... ส่วนเรื่องทรัพย์สินของสามีภริยาส่วนตัวจะไปทำความตกลงกันเอง..." โดยโจทก์จำเลยได้ลงลายมื …
การที่จำเลยเมาสุรากลับเข้าบ้านและด่า โจทก์ว่า "มึงเลว มึงมีชู้ ไม่สมควรอยู่กับกู แม่มึงไม่ดี ไม่เคยสั่งสอน" แล้วจำเลยยังได้ตบ ตีโจทก์ได้รับบาดเจ็บบริเวณขอบตาซ้าย จนโจทก์ต้องรับการรักษาจากแพทย์ในวันรุ่งขึ้น โจทก์ต้องออกจากบ้านไปอาศ …