Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3731/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้หญิงรับใช้ในบ้านโจทก์เป็นภริยามาเป็นเวลานาน ถือได้ว่าโจทก์อุปการะเลี้ยงดูและยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาอยู่ จึงมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่โจทก์ทำให้จำเลยซึ่งเป็นคู่หมั้น ของโจทก์ไม่สมควรสมรสกับโจทก์ จำเลยมิใช่เป็นฝ่ายผิด สัญญาหมั้น จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้โดยไม่ต้องคืนของหมั้นให้แก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนของหมั้นรวมราคา 426,500 บาทให้แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ก็ให้ใช้ราคา 426,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าวตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาหมั้นกับโจทก์จริงแต่หลังจากทำพิธีหมั้นแล้วยังมิได้กำหนดวันสมรสกัน โจทก์ประพฤติตนเสื่อมเสียเป็นที่น่าอับอายโดยให้หญิงรับใช้ภายในบ้านเป็นภรรยาจนเป็นที่รู้กันทั่วไป และปล่อยให้หญิงคนนั้นพูดจาเสียดสีจำเลยเป็นทำนองว่าจำเลยไปแย่งโจทก์เป็นสามี ทำความอับอายมาสู่จำเลยเป็นอย่างยิ่ง จำเลยจึงไม่สามารถสมรสกับโจทก์ได้ จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น จำเลยบอกเลิกสัญญาหมั้นแก่โจทก์และยึดของหมั้นไว้เป็นค่าทดแทนความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น ทรัพย์สินที่เป็นของหมั้นย่อมตกเป็นสิทธิแก่จำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกคืน พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยไม่ยินยอมสมรสกับโจทก์ เพราะโจทก์ไม่ตกลงยินยอมโอนทรัพย์สินของโจทก์ให้จำเลยครึ่งหนึ่งก่อนนั้น นางสุทธินีย์ หิรัญญพิบูลย์ พยานโจทก์ก็ว่าบิดามารดาจำเลยมีฐานะดี ภายหลังที่จำเลยได้ทำพิธีหมั้นกับโจทก์แล้วจำเลยได้ยอมเปลี่ยนจากนับถือศาสนาพุทธไปทำพิธีนับถือศาสนาคริสต์ตามโจทก์ปรากฏตามภาพถ่ายหมาย ล.4 ถึง ล.7 ทั้งจำเลยได้ไปเยี่ยมเยียนมารดาโจทก์ที่โรงพยาบาลหลายครั้ง พฤติการณ์ของจำเลยแสดงว่าจำเลยพร้อมที่จะทำการสมรสด้วยกับโจทก์ การที่จำเลยไม่ยอมสมรสและบอกเลิกสัญญาหมั้น เชื่อว่าเหตุมาจากที่จำเลยทราบว่าโจทก์ได้นางสาวอำนวยเป็นภรรยาอยู่ก่อนแล้ว ดังคำเบิกความของจำเลย

นายวิษณุเงินพิสุทธิ์ศิลป์ บิดาจำเลยและนายวินิจ กลั่นกลอง พี่เขยจำเลยว่า โจทก์ยอมรับต่อบุคคลทั้งสามว่าโจทก์กับนางสาวอำนวยได้เสียเป็นสามีภรรยากันมานานแล้ว ถือได้ว่าโจทก์อุปการะเลี้ยงดูและยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาอยู่ จึงมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่โจทก์ทำให้จำเลยซึ่งเป็นคู่หมั้นของโจทก์ไม่สมควรสมรสกับโจทก์ จำเลยมิใช่เป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้โดยไม่ต้องคืนของหมั้นให้แก่โจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุม สุกแสงเปล่ง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · มนู วงศ์แสงจันทร์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้