Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2980/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยเมาสุรากลับเข้าบ้านและด่า โจทก์ว่า "มึงเลว มึงมีชู้ ไม่สมควรอยู่กับกู แม่มึงไม่ดี ไม่เคยสั่งสอน" แล้วจำเลยยังได้ตบ ตีโจทก์ได้รับบาดเจ็บบริเวณขอบตาซ้าย จนโจทก์ต้องรับการรักษาจากแพทย์ในวันรุ่งขึ้น โจทก์ต้องออกจากบ้านไปอาศัยอยู่กับน้องสาวเพราะได้รับความคับแค้นใจจากการอยู่กินกับจำเลยนั้น การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง พร้อมทั้งเป็นการทำร้ายร่างกายโจทก์ จึงมีเหตุให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลยได้ จำเลยกู้เงินบุคคลภายนอกมาใช้จ่ายเกี่ยวกับที่ดินและบ้านซึ่งเป็นสินสมรสโดยโจทก์มีส่วนรู้เห็นในการกู้เงินดังกล่าวโจทก์จึงต้องร่วมกับจำเลยในการชำระหนี้รายนี้ ฉะนั้นศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน ศาลย่อมกำหนดให้โจทก์จำเลยร่วมกันรับผิดชำระหนี้รายนี้คนละครึ่งได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภรรยากัน จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย จนบัดนี้จำเลยประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรงโดยจำเลยไม่ยอมอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ฉันสามีภรรยาเป็นเวลากว่า 2 ปี ทั้งหาเรื่องทะเลาะวิวาททุบตีโจทก์และด่าโจทก์ อันเป็นการดูถูกเหยียดหยาม หมิ่นประมาทอยู่เสมอและขับไล่โจทก์ไม่ยอมให้อยู่ร่วมกับจำเลย ต่อมาจำเลยเสพสุรามึนเมาจากนอกบ้านแล้วกลับมาหาเรื่องทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายโจทก์ได้รับบาดเจ็บ จำเลยหมิ่นประมาทโจทก์กับบุพการีโจทก์ในที่สาธารณะต่อหน้าบุคคลอื่น ทำให้โจทก์อับอายถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจากบุคคลอื่นอย่างร้ายแรง โจทก์ไม่อาจอยู่กินกับจำเลยฉันสามีภรรยาต่อไปได้ระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกัน

มีสินสมรสที่ได้ร่วมกันทำมาหาได้คือที่ดินโฉนดเลขที่ 48484 เนื้อที่ 57 ตารางวา และบ้านสองชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้เลขที่ 102/68 ปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ราคาประมาณอย่างละ 200,000 บาทพร้อมทรัพย์สินภายในบ้านอีกราคาประมาณ 30,000 บาท รวมทรัพย์สินทั้งสิ้นราคา 430,000 บาท โจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 215,000 บาท โจทก์ไม่ประสงค์จะอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยากับจำเลยต่อไป และได้เคยบอกกล่าวขอให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน พร้อมให้จำเลยส่งมอบทรัพย์สินจำนวน215,000 บาทแก่โจทก์ จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงนำคดีมาฟ้อง ขอให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากับโจทก์

ณที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าแทนจำเลย ให้จำเลยแบ่งสินสมรสให้โจทก์จำนวน 215,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะแบ่งให้โจทก์เสร็จ หากจำเลยไม่ยอมแบ่งให้โจทก์ไม่ว่าด้วยเหตุใดให้ศาลมีคำสั่งนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่งจำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยอยู่กินเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่ปีพ.ศ. 2520 จำเลยประกอบอาชีพรับจ้างเลี้ยงดูครอบครัวแต่ผู้เดียวโจทก์ไม่ได้ประกอบอาชีพใด ๆ อยู่กับบ้าน โจทก์ประพฤติตนไม่เหมาะสมชอบเที่ยวเตร่ดื่มสุราเป็นอาจิณ จำเลยว่ากล่าวตักเตือน โจทก์ไม่เชื่อฟัง

จำเลยไม่เคยทะเลาะทุบตีโจทก์หรือดูถูกเหยียดหยามโจทก์หรือบุพการีของโจทก์ จำเลยประสงค์จะอยู่กินฉันสามีภรรยากับโจทก์โจทก์ไม่มีเหตุจะฟ้องหย่าจำเลยได้ ในระหว่างอยู่กินด้วยกันมีทรัพย์สินคือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 48585 (ที่ถูกต้อง 48584) เนื้อที่57 วา พร้อมบ้านหนึ่งหลัง รวมราคา 200,000 บาท จำเลยนำบ้านและที่ดินไปเป้นหลักประกันการกู้ยืมเงินมาตกแต่งบ้านจำนวน 100,000บาท ยังไม่ได้ชำระให้ผู้ให้กู้ โจทก์หลบหนีจากบ้านได้นำเครื่องทองรูปพรรณเป็นเงิน 50,000 บาท พร้อมทรัพย์สินในบ้านประมาณราคา 10,000 บาท ไปด้วย หากศาลมีคำพิพากษาให้หย่ากันโจทก์ต้องนำทรัพย์สินคืนมาแล้วร่วมกันชำระหนี้ก่อนจึงจะทำการแบ่งทรัพย์สินกันขอให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์กลับมาอยู่กินฉันสามีภรรยากับจำเลยต่อไปศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่ากับโจทก์

ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ถ้าไม่ไปให้เอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้แบ่งสินสมรสตามที่ระบุไว้ในคำพิพากษาเท่ากันโดยให้ร่วมรับผิดชำระหนี้นางเป้า ฤทธิแปลกคนละครึ่ง หากการแบ่งสินสมรสไม่อาจทำได้ ให้ขายโดยประมูลราคากันระหว่างโจทก์จำเลยหรือขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้มาแบ่งคนละครึ่งคำขอโจทก์นอกจากนี้ให้ยกโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2520และตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2527 โจทก์ออกจากบ้านไม่กลับมาอยู่กินฉันสามีภรรยากับจำเลยอีก ที่ดินและบ้านตามฟ้องเป็นสินสมรส ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประเด็นแรกมีว่า มีเหตุให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลยได้หรือไม่...ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 เป็นต้นมา จำเลยไม่ได้ให้เงินอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ โจทก์ต้องขอเงินจากมารดาใช้จ่าย จำเลยหาเหตุดุด่าทุบตีโจทก์เป็นประจำเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2527 เวลาประมาณ 20นาฬิกา ขณะโจทก์นั่งคุยกับนางสมใจ พูลผล เพื่อนบ้านและนายประเทืองปานแสง น้องโจทก์ ที่บ้านโจทก์อยู่ จำเลยเมาสุรากลับเข้าบ้านด่าโจทก์ว่า

"มึงมีชู้ไม่สมควรอยู่ร่วมกับกู มึวเลวทั้งโคตร" ...ต่อมาวันที่ 23 พฤษภาคม 2527 เวลาประมาณ 24 นาฬิกา จำเลยเมาสุรากลับเข้าบ้านและได้ด่าโจทก์อีกว่า "มึงเลว มึงมีชู้ไม่สมควรอยู่กับกู แม่มึงไม่ดี ไม่เคยสั่งสอน" แล้วจำเลยตบตีโจทก์ได้รับบาดเจ็บบรเิวณขอบตาซ้ายจนโจทก์ต้องรับการรักษาจากแพทย์ในวันรุ่งขึ้นปรากฏตามใบสำคัญความเห็นของแพทย์เอกสารหมาย จ.2 โจทก์ไม่อาจอยู่ร่วมกัยจำเลยได้ต้องไปอาศัยนางขันทอง นาคทิม น้องโจทก์อยู่จนบัดนี้... จึงน่าเชื่อว่าการที่โจทก์ออกจากบ้านไปเพราะได้รับความคับแค้นใจจากการอยู่กินกับจำเลยในบ้าน รูปคดีจึงฟังได้ตามพยานหลักฐานโจทก์ว่าจำเลยได้กระทำการหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง

พร้อมทั้งได้ทำร้ายโจทก์ด้วย จึงมีเหตุให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลยได้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประเด็นต่อไปเกี่ยวกับเรื่องหนี้นั้น จำเลยนำสืบว่า จำเลยได้กู้เงินนางเป้า ฤทธิ์แปลกจำนวน 100,000 บาท ตามเอกสารหมาย ล.1 และยังไม่ได้ชำระหนี้...การกู้เงินตามเอกสารหมาย ล.1 ก็เป็นการกู้เงินในเดือนพฤศจิกายน 2524อันเป็นช่วงระยะเวลาที่โจทก์จำเลยอยู่กินกันยังไม่มีเรื่องบาดหมางต่อกัน...จึงเชื่อว่าจำเลยกู้เงินจากนางเป้าจริงและโจทก์มีส่วนรู้เห็นในการกู้เงินรายนี้และนำเงินกู้มาใช้จ่ายเกี่ยวกับที่ดินและบ้าน ซึ่งฟังได้ว่าเป็นสินสมรส โจทก์จึงต้องร่วมกับจำเลยในการชำระหนี้รายนี้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล เปาอินทร์ · สหัส สิงหวิริยะ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4969/2565

การเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่ายนั้น ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า "เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1303/2568

จำเลยฎีกาว่า บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับครอบครัวตามเอกสารหมาย จ. 13 ข้อ 4 ความว่า "หากผู้ให้สัญญาทำร้ายร่างกายผู้รับสัญญา หรือบุคคลในครอบครัวคนหนึ่งคนใด ผู้ให้สัญญาขอสละสิทธิในสินสมรสที่ทำมาหาได้ร่วมกันกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2109/2567

สิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูหาใช่เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นเมื่อมีการฟ้องหย่าไม่ เมื่อฝ่ายภริยาคือจำเลยไม่ได้ทำงานประจำและมีรายได้ไม่แน่นอนย่อมเป็นฝ่ายที่ควรได้รับการอุปการะเลี้ยงดู แต่ไม่ได้รับการอุปการะเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2567

เหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2) ไม่ได้มีเพียงระยะเวลาที่แยกกันอยู่เกินสามปีเท่านั้น ยังต้องมีองค์ประกอบอื่นอีกคือ ต้องเป็นเพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาด้วย ตามฟ้องโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4977/2565

จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญการพิเศษโดยยกฟ้องโจทก์ คดีมีประเด็นตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษว่าจำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้