Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4810/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524มาตรา 63 บัญญัติว่าหากรัฐบาลเห็นสมควรกำหนดให้มีการควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นนอกจากการเช่านาก็ให้กระทำโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เมื่อยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อการประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นอีก แสดงว่ากฎหมายยังไม่ประสงค์จะคุ้มครองการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นนอกจากการเช่านา ฉะนั้นการที่จำเลยเช่าที่ดินโจทก์เพื่อเลี้ยงปลา ซึ่งไม่ใช่การเช่าที่ดินเพื่อทำนาจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 63

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสี่ จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทเพื่อเลี้ยงกลา ครบกำหนดโจทก์ทั้งสี่ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไป จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนออกไปจากที่ดินพิพาท และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยให้การว่า เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าตามฟ้องแล้ว โจทก์ที่ 1ยอมให้จำเลยเช่าต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา จำเลยเช่าที่ดินเพื่อเลี้ยงสัตวน้ำได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 26 อายุสัญญาเช่าจึงครบกำหนดในปี2530 โจทก์บอกเลิกสัญญาไม่ชอบ ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น คู่ความท้ากันเป็นประเด็นแพ้ชนะโดยให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายว่า

การเช่าที่ดินพิพาทเพื่อเลี้ยงปลาของจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 หรือไม่ หากได้รับความคุ้มครอง โจทก์ยอมแพ้คดีทั้งหมด หากไม่ได้รับความคุ้มครอง จำเลยยอมแพ้คดี และยอมให้บังคับคดีไปตามคำขอท้ายฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การเช่าที่ดินพิพาทเพื่อเลี้ยงปลาของจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเช่าทที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 พิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินของโจทก์ ส่งมอบที่ดินคืนให้โจทก์ในสภาพดี และใช้ค่าเสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัจว่า คดีนี้ปัญหามีว่า การเช่าที่ดินเพื่อเลี้ยงปลาของจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้คำว่า"เกษตรกรรม" ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 นั้นหมายความรวมถึงการเลี้ยงสัตว์น้ำดังเช่นกรณีของจำเลยด้วยก็ตาม แต่คำว่า "นำ" และ "ทำนา" ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา 21 หมายความว่า "ที่ดินที่เช่าเพื่อทำนาทั้งหมดหรือเป็นส่วนใหญ่" และ "การเพาะปลูกข้าวหรือพืชไร่"ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 22 บัญญัติไว้ว่า "ให้การเช่านามีการควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ฟ้องร้องบังคับคดีกับได้ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือไม่ก็ตาม" ตามบัญญัติมาตราดังกล่าวมาแล้ว ย่อมเห็นได้ชัดว่าการเช่าที่ดินที่จะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จะต้องเป็นการเช่านากล่าวคือเช่าที่ดินเพื่อทำนาทั้งหมดหรือเป็นส่วนใหญ่เพื่อปลูกข้าวหรือพืชไร่ส่วนกรณีของจำเลยเป็นการเช่าที่ดินพิพาทเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำเท่านั้นมิได้เช่าที่ดินพิพาทเพื่อปลูกข้าวหรือพืชไร่

ทั้งตามมาตรา 63วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวยังได้บัญญัติไว้ว่า "ในกรณีที่การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทใด นอกจากการเช่านาเป็นช่องทางให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรผู้เช่าโดยไม่เป็นธรรมจนเกิดความเดือดร้อนและเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศเมื่อรัฐบาลเห็นสมควรกำหนดให้การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทนั้นมีการควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าว ก็ให้มีอำนาจกระทำโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา..." ซึ่งหมายความว่า การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น นอกจากการเช่าเพื่อทำนาเช่นการเช่าที่ดินเพื่อเลี้ยงปลาดังกรณีของจำเลย หากมีการเอารัดเอาเปรียบแก่ผู้เช่าโดยไม่เป็นธรรม และรัฐบาลเห็นควรให้การเช่าที่ดินเพื่อเลี้ยงปลาดังกล่าวมีการควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้ก็ทำให้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาขึ้น

ดังนั้นจำเลยซึ่งเช่าที่ดินพิพาทเพื่อเลี้ยงปลา จะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ก็ต่อเมื่อรัฐบาลได้ตราพระราชกฤษฎีกาไว้ แต่ไม่ปรากฏว่าตั้งแต่ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว บังคับจนกระทั่งปัจจุบันได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาออกมาใช้บังคับให้มีการควบคุมการประกอบเกษตรกรรมประเภทใด แสดงว่ากฎหมายดังกล่าวยังไม่ประสงค์ให้มีการควบคุมคุ้มครองการเช่าที่ดินเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำ (ปลา) เช่นเดียวกับการเช่านาเพื่อทำนาปลูกข้าวหรือพืชไร่ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 22 และมาตรา 26 ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเช่าที่ดินพิพาทเพื่อเลี้ยงปลามาก่อนมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

พ.ศ. 2524 บังคับและตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ก็มิได้บัญญัติว่าการทำนาให้รวมถึงการเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยทั้งตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ก็บัญญัติให้ความคุ้มครองเฉพาะการเช่านารายที่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 เท่านั้นที่ให้ถือว่าเป็นการเช่านาอยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524ต่อไป ดังนั้นจำเลยซึ่งเช่าที่ดินพิพาทเพื่อเลี้ยงปลา ไม่ใช่เพื่อทำนา จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 จำเลยจึงต้องแพ้คดีตามคำท้า ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2540

จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์ทำนาต่อมาจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะการเช่านามาทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาอันเป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างอื่นซึ่งยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้เช่าได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8404/2538

จำเลยเช่าที่ดินทำสวนส้ม เป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น ต้องนำมาตรา 63แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 มาใช้บังคับ เมื่อยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาควบคุมการเช่าที่ดินเพื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8370/2538

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท จึงห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสองและมาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6682/2538

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเข้าอยู่อาศัยและเลี้ยงปลาในที่ดินของโจทก์โดยไม่มีสิทธิ ขอให้ขับไล่ จำเลยให้การรับว่าการเช่าที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยกับเจ้าของเดิมที่จำเลยอ้างไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือ และอ้างว่าเป็นก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2466/2538

ผู้ร้องเช่าที่ดินพิพาทเพื่อดำเนินธุรกิจฟาร์มเพาะพันธุ์ปลา มิได้เช่าที่ดินพิพาทเพื่อใช้ทำนา จึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้เช่านาตามความหมายในพ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 แต่เป็นการเช่าที่ด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้