Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์ทำนาต่อมาจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะการเช่านามาทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาอันเป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างอื่นซึ่งยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้เช่าได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับการเช่านาการบอกเลิกการเช่าที่ดินพิพาทจึงไม่อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ.2524โจทก์ไม่จำต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติดังกล่าวก่อนฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 21 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 63

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และนางอำไพ นพจรูญศรี เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 ตำบลบางน้ำเปรี้ยวอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื้อที่ประมาณ 189 ไร่1 งาน 69 ตารางวา เฉพาะส่วนของนางอำไพได้จดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินตั้งแต่ปี 2519 จนถึงปัจจุบัน เดิมจำเลยเช่าที่ดินดังกล่าวจากโจทก์เนื้อที่ 58 ไร่ 2 งาน เพื่อทำนามาเป็นเวลา 20 ปีเศษ ต่อมาก่อนหน้านี้ประมาณ 7 ปี จำเลยได้เปลี่ยนลักษณะการเช่าที่ดินทำนามาทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาโดยไม่มีกำหนดระยะเวลาเช่า ตกลงอัตราค่าเช่าปีละ 21,000 บาทชำระค่าเช่าทุกวันที่ 30 มีนาคมของทุกปี ก่อนครบกำหนดวันชำระค่าเช่าในวันที่ 30 มีนาคม 2535 โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยและให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินของโจทก์แต่จำเลยเพิกเฉย

การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเดือนละ 15,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2975 ตำบลบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางน้ำเปรี้ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา และส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ให้สภาพเรียบร้อยกับให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 15,000 บาทนับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่ดิน และทำที่ดินให้กลับคืนสู่สภาพเดิมจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการเช่าที่ดินแปลงพิพาทเป็นการเช่านา การบอกเลิกการเช่านาของโจทก์ไม่ชอบตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524เนื่องจากช่วงระยะเวลาการเช่านาช่วงละ 6 ปี

จะครบกำหนด 6 ปีสุดท้ายในปี 2537 ครบกำหนดแล้วโจทก์จึงจะบอกเลิกการเช่านาได้นอกจากนี้วิธีการบอกเลิกการเช่านาของโจทก์ก็กระทำโดยมิชอบกล่าวคือ โจทก์ไม่ได้ยื่นหนังสือบอกเลิกการเช่านา โดยอ้างเหตุในการบอกเลิกการเช่านาก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาการเช่านาและส่งสำเนาหนังสือบอกเลิกการเช่านาต่อประธานคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2975ตำบลบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทราเฉพาะบริเวณที่จำเลยทำไร่นาสวนผสมเนื้อที่ประมาณ 38 ไร่และส่งมอบที่ดินดังกล่าวคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยตามเดิม

ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้อง และให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,500 บาท นับแต่เดือนเมษายน 2536 จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดิน คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้ในส่วนของค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยเฉพาะในข้อกฎหมายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่าการบอกเลิกการเช่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ประมาณ 38 ไร่ ที่จำเลยใช้ทำบ่อเลี้ยงปลานั้น โจทก์จะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

พ.ศ. 2524 หรือไม่เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 10,000 บาทจึงห้ามมิให้คู่กรณีฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง คดีจึงฎีกาได้แต่ในข้อกฎหมายและการวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 เมื่อข้อเท็จจริงยุติตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วว่า จำเลยได้เปลี่ยนลักษณะการเช่านามาทำเป็นบ่อเลี้ยงปลา อันเป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างอื่นซึ่งยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้เช่าได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับการเช่านา การบอกเลิกการเช่าที่ดินพิพาทจึงไม่อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 โจทก์ไม่จำต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติดังกล่าว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จารุณี ตันตยาคม · สันติ ทักราล · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4876/2533

ขณะเกิดกรณีพิพาทโจทก์ไม่ได้ทำนาในที่ดินพิพาทแล้ว แต่ได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เช่านาตามความหมายในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 เป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8370/2538

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท จึงห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสองและมาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 247/2529

จำเลยให้การว่า เช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์ โดยปลูกพืชเกษตรกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นมะพร้าว ต้นจาก และต้นพุทรา ซึ่งพืชเหล่านี้ไม่ใช่พืชไร่ ดังนั้น จากคำให้การดังกล่าวการทำเกษตรกรรมของจำเลยจึงไม่มีลักษณะเป็นก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1547/2528

การฟ้องขอให้ผู้รับโอนโอนนา หรือที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นซึ่งมีพระราชกฤษฎีกาควบคุมให้แก่ผู้เช่าโดยอ้างว่าผู้ให้เช่าขายไปโดยมิได้แจ้งให้ผู้เช่าทราบนั้น ผู้เช่าจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้