Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2347/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ประมวลรัษฎากรจะเป็นกฎหมายพิเศษอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และตามมาตรา 49 จะบัญญัติให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจกำหนดจำนวนเงินได้สุทธิขึ้นโดยอนุมัติอธิบดีกรมสรรพากรก็ตาม แต่ก็ไม่จำต้องตีความโดยเคร่งครัดว่าผู้มีอำนาจอนุมัติจะต้องเป็นตัวอธิบดีกรมสรรพากรเองเท่านั้น เพราะตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 เรื่องระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ข้อ 42 วรรคสอง บัญญัติว่า ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน และตามข้อ 44 วรรคแรก บัญญัติให้ผู้รักษาราชการแทนดังกล่าวมีอำนาจเช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน ดังนั้น รองอธิบดีกรมสรรพากรซึ่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร ย่อมมีอำนาจอนุมัติให้เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 49 ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินเพิ่ม สำหรับปี พ.ศ. 2514-2518รวมเป็นเงิน 760,790.05 บาท โดยไม่ชอบด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา 49เพราะไม่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อนทำการประเมินและคณะกรรมการอุทธรณ์ซึ่งประกอบด้วยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4ก็ไม่ยกข้ออุทธรณ์ดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยตามคำอุทธรณ์ของโจทก์ด้วยขอให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4จำเลยทั้งสี่ให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินสำหรับท้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ข้อแรกว่า การที่นายวิทย์ ตันตยกุล รองอธิบดีกรมสรรพากร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร เป็นผู้อนุมัติให้เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ทำการประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์เป็นการชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 49 หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 49 จะบัญญัติให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจที่จะกำหนดจำนวนเงินได้สุทธิขึ้นโดยอนุมัติอธิบดี ซึ่งหมายความถึงอธิบดีกรมสรรพากรก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องตีความโดยเคร่งครัดดังที่โจทก์ฎีกาว่า ผู้มีอำนาจอนุมัติจะต้องเป็นตัวอธิบดีกรมสรรพากรเองเท่านั้น ถ้าตีความเช่นนี้แล้ว เมื่อตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรว่างลงหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ การบริหารราชการของกรมสรรพากรเกี่ยวกับการให้คำอนุมัติตามมาตรานี้ก็จะขัดข้องทำให้ราชการต้องคั่งค้างล่าช้าไปโดยไม่สมควร เพราะจะต้องรอให้มีตัวอธิบดีหรือตัวอธิบดีมาปฏิบัติราชการได้เสียก่อนจึงจะพิจารณาให้คำอนุมัติได้ การตีความโดยเคร่งครัดเช่นนี้น่าจะไม่ใช่เจตนารมณ์ของกฎหมาย และแม้ประมวลรัษฎากรจะเป็นกฎหมายพิเศษอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนดังที่โจทก์ฎีกาก็ตาม

ก็จะตีความโดยเคร่งครัดเช่นนั้นไม่ได้ ต้องนำประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218เรื่องระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ข้อ 42 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติว่า"ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน..." และข้อ 44 วรรคแรกบัญญัติว่า "ให้ผู้รักษาราชการแทนตามข้อ 42... มีอำนาจเช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน" มาใช้บังคับ ฉะนั้น นายวิทย์ ตันตยกุล รองอธิบดีกรมสรรพากรซึ่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากรในขณะนั้น ย่อมมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับอธิบดีกรมสรรพากรกล่าวคือ มีอำนาจให้คำอนุมัติให้เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ทำการประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์ได้ การอนุมัติดังกล่าวจึงชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 49 แล้วปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อต่อไปมีว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปัญหาข้อนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักยิ่งกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า ในปีพ.ศ. 2514 โจทก์มีเงินสะสมจากการค้าขายมาหลายปีกับเงินที่โจทก์ได้รับมรดกมาซื้อที่ดิน หากแต่เป็นเงินได้เกิดจากการค้าขายเครื่องเหล็กและจัดสรรที่ดินของโจทก์ในปีนั้นเอง และฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้กู้เงินจากบุคคลอื่นมาปรับปรุงและซื้อที่ดินดังที่โจทก์ฟ้องแต่เชื่อว่าจำนวนเงินที่เจ้าพนักงานประเมินนำมาคำนวณภาษีเงินได้ของโจทก์ในปี พ.ศ. 2515-2518 นั้น เป็นรายได้ของโจทก์ที่ได้มาจากการค้าขายและจัดสรรที่ดิน การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินซึ่งแก้ไขข้อบกพร่องโดยคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัส อุดมวรชาติ · ก้าน อันนานนท์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5450/2561

โจทก์ขายที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2548 ซึ่งขณะนั้นมีประกาศกรุงเทพมหานครฯ แก้ไขบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินพิพาทว่ามีราคาประเมินตารางวาละ 45,000 บาท ดังนั้น ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8308/2557

ตาม ป.รัษฎากร มาตรา ๑๖ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังย่อมมีอำนาจกำหนดท้องที่รับผิดชอบแก่เจ้าพนักงานที่ได้รับการแต่งตั้งด้วยได้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617/2554

แม้หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ จะจัดให้มีเหตุผลของการประเมินไว้เพียงว่า โจทก์มีรายรับจากการขายที่ดินพิพาท โดยมิได้มีการยื่นแบบและชำระภาษีไว้ เจ้าพนักงานจึงประเมินเรียกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ เงิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6860/2553

เจ้าพนักงานประเมินได้หลักฐานว่าโจทก์มีเงินได้พึงประเมินเป็นเงินเดือนและค่าน้ำมันรถยนต์ที่ได้รับจากห้าง ส. ซึ่งเป็นนายจ้าง เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) แห่ง ป.รัษฎากร และนำเงินฝากเข้าบัญชีโจทก์ซึ่งโจทก์ไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1967/2541

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 49 ทวิ และมาตรา 87 ทวิ(6)กฎหมายได้ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์ที่โอนตามราคาที่พึงได้รับจากการขายตามปกติหรือตามราคาตลาด ในวันที่โอน ดังนั้น การที่เจ้าพนักงา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้