Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2335/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเพิ่มโดยถือเอาเงินได้พึงประเมินของภริยาเป็นเงินได้ของสามี การที่โจทก์ขอให้แยกยอดเงินได้ของภริยาออกคำนวณภาษีเป็นคนละส่วนกับเงินได้ส่วนของโจทก์ เท่ากับโจทก์โต้แย้งการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินว่า โจทก์ไม่ควรต้องรับผิดเสียภาษีสำหรับเงินได้ส่วนของภริยา โจทก์ต้องอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อนจึงจะมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อศาลได้การที่จำเลยมีหนังสือแจ้งการพิจารณาของเจ้าพนักงานประเมินตามคำร้องของโจทก์ที่ขอให้แก้ไขการประเมินโดยขอให้แยกยอดเงินได้ของสามีและภริยานั้น ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องต่อศาล

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.รัษฎากร มาตรา 30 ป.รัษฎากร มาตรา 57

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์เสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมในส่วนที่เป็นภาษีซึ่งภริยาของโจทก์ต้องเป็นผู้เสีย โจทก์จึงยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานประเมินให้แบ่งภาษีออกตามส่วนของเงินได้ที่โจทก์และภริยาต่างได้รับ และแจ้งให้โจทก์และภริยาเสียภาษีเป็นคนละส่วนกัน จำเลยได้มีหนังสือแจ้งต่อโจทก์ว่ายังไม่สมควรที่จะแยกยอดเงินได้ตามที่โจทก์ร้องขอ เป็นการวินิจฉัยที่ปราศจากเหตุผล ทำให้โจทก์เสียหาย จึงขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่สั่งว่าไม่เห็นสมควรแยกยอดเงินได้ของโจทก์และภริยา กับให้จำเลยแยกยอดเงินได้ของโจทก์และภริยาที่ต้องเสียภาษีออกเป็นคนละส่วนศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า โจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อนตามกฎหมาย จึงไม่รับคำฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

เจ้าพนักงานประเมินได้มีแบบ ภ.ง.ด.11 ก.แจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้โจทก์ชำระเงินภาษีโดยระบุประเภทเงินได้ที่ต้องเสียภาษีว่าเป็นเงินเดือนของโจทก์ และค่าลิขสิทธิ์แต่งหนังสือของภริยาซึ่งหักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ครบ ให้โจทก์ชำระเพิ่มตามจำนวนที่ขาด เป็นหนังสือแจ้งการประเมินถึงโจทก์โดยถือเอาเงินได้พึงประเมินของภริยาเป็นเงินได้ของสามีตามมาตรา 57 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรให้โจทก์มีหน้าที่รับผิดในการเสียภาษี การที่โจทก์ขอให้แยกยอดเงินได้ของนางวิมล ศิริไพบูลย์ หรือเจียมเจริญ ภริยาโจทก์ออกคำนวณภาษีเป็นคนละส่วนกับเงินได้ส่วนของโจทก์โดยแบ่งภาษีออกตามส่วนของเงินได้พึงประเมินที่โจทก์และภริยาแต่ละฝ่ายได้รับเท่ากับโจทก์โต้แย้งการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินว่า

โจทก์ไม่ควรต้องรับผิดเสียภาษีสำหรับเงินได้ส่วนของภริยา โจทก์ก็ต้องอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อนจึงจะมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ต่อศาลได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 เมื่อโจทก์ไม่ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะนำคดีมาสู่ศาลได้ การที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการกองภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีหนังสือตามภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 และหมายเลข 10 แจ้งว่า ยังไม่สมควรแยกยอดเงินได้ของโจทก์และภริยาโดยไม่ให้เหตุผล โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 มีหนังสือแจ้งการพิจารณาของเจ้าพนักงานประเมินตามคำร้องของโจทก์ที่ขอให้แก้ไขการประเมินภาษีโดยขอให้แยกยอดเงินได้ของสามีและภริยาเท่านั้น

ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ทั้งการพิจารณาว่าสมควรจะแบ่งภาษีออกตามส่วนของเงินได้ที่สามีและภริยาแต่ละฝ่ายได้รับหรือไม่ ก็เป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานประเมิน และถึงอย่างไรโจทก์ก็ยังต้องรับผิดตามมาตรา 57 ตรี ในการเสียภาษีที่ภริยาค้างชำระอยู่นั่นเอง โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องต่อศาลพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม บรรลือสินธุ์ · เสมา รัตนมาลัย · พูน จักรเสน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4068/2557

ตาม ป.รัษฎากร ไม่มีบทบัญญัติใดห้ามมิให้เจ้าพนักงานประเมินแก้ไขการประเมินที่ผิดพลาดใหม่ให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการประเมินใหม่โดยยกเลิกการประเมินครั้งก่อน แม้การประเมินที่ผิดพลาดดังกล่าวจะอยู่ระหว่างการพิจาร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3700/2552

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 25 ซึ่งบัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง..." จำนวนทุนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2084/2548

จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลาง อันเป็นการดำเนินการตาม ป.รัษฎากรฯ มาตรา 30 (2) แล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 110308)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้ค่าภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายหลังจากที่โจทก์ได้แจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7405/2544

จำเลยอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้แต่ขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดี คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังมิได้มีคำวินิจฉัย ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อาจมีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่ง ของเจ้าพนัก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้