Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 110308)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้ค่าภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายหลังจากที่โจทก์ได้แจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีของจำเลยที่ 1 ทราบแล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ชำระหนี้ค่าภาษีอากรให้แก่โจทก์ หนี้ค่าภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงเป็นหนี้ค่าภาษีอากรค้าง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามให้ชำระภาษีจำนวนดังกล่าวตามฟ้องได้ โดยไม่ต้องรอให้พ้นกำหนด 30 วัน และแม้ต่อมาจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีของจำเลยที่ 1 ได้ยื่นฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้วก็ตาม ย่อมไม่ทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์หมดไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.รัษฎากร มาตรา 30

คำฟ้องและคำให้การ

สำนวนแรกโจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าภาษีอากรจำนวน ๑,๒๖๐,๗๐๕ บาท และร่วมกันชำระเงินเพิ่มภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินภาษีแต่ละจำนวนนับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จโดยไม่เกินต้นเงินภาษีแต่ละจำนวนแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ ๑๐๐๖๐๕๐/๒/๑๐๐๐๘๘ และที่ ๑๐๐๖๐๕๐/๒/๑๐๐๐๘๙ ให้เพิกถอนการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม เลขที่ ๑๐๐๖๐๕๐/๕/๑๐๒๑๙๘ ถึงเลขที่ ๑๐๐๖๐๕๐/๕/๑๐๒๒๑๐ ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามคำวินิจฉัยเลขที่ (พล) ๐๐๐๖/๒/๒๕๔๒ และเลขที่ ๐๐๓๐/๕/๒๕๔๒ ถึงเลขที่ (พล) ๐๐๔๒/๕/๒๕๔๒ หากเพิกถอนไม่ได้ก็ให้งดเบี้ยปรับ

จำเลยให้การว่า การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว กรณีไม่มีเหตุให้งดเบี้ยปรับ ขอให้ยกฟ้อง

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลภาษีอากรกลางรวมพิจารณาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์สำนวนแรกและจำเลยสำนวนหลังว่า โจทก์ เรียกจำเลยที่ ๑ สำนวนแรกว่า จำเลยที่ ๑ เรียกจำเลยที่ ๒ สำนวนแรกและโจทก์สำนวนหลังว่า จำเลยที่ ๒ และเรียกจำเลยที่ ๓ สำนวนแรกว่า จำเลยที่ ๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยทั้งสามแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าภาษีอากรจำนวน ๑,๒๖๐,๗๐๕ พร้อมเงินเพิ่มภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินภาษีแต่ละจำนวนนับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จ ทั้งนี้โดยไม่เกินต้นเงินภาษีแต่ละจำนวน แก่โจทก์ ให้ยกฟ้องสำนวนหลัง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ให้ศาลภาษีอากรกลางทำการพิจารณาสืบพยานและทำคำพิพากษาตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน ๒๐๐ บาท ให้แก่จำเลยทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้ศาลภาษีอากรกลางรวมส่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาใหม่แล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑,๒๖๐,๗๐๕ บาท พร้อมเงินเพิ่มภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินภาษีแต่ละจำนวนนับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จ ทั้งนี้โดยไม่เกินต้นเงินภาษีแต่ละจำนวนแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องสำนวนหลัง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองสำนวนและทั้งสองศาลให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ชำระบัญชีและจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๐ ต่อมาเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๑ เจ้าพนักงานประเมินได้ออกหมายเรียกจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ชำระบัญชีของจำเลยที่ ๑ ให้ไปพบเจ้าพนักงานประเมินและนำบัญชีกับเอกสารหลักฐานประกอบการลงบัญชีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี ๒๕๓๙ และ ๒๕๔๐ ไปมอบให้เจ้าพนักงานประเมินเพื่อตรวจสอบ จำเลยที่ ๒ มิได้ไปพบเจ้าพนักงานประเมินและมิได้นำบัญชีกับเอกสารหลักฐานประกอบการลงบัญชีไปมอบให้เจ้าพนักงานประเมินตามหมายเรียก เจ้าพนักงานประเมินจึงประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสองรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวแล้วมีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ ๑๐๐๖๐๕๐/๒/๑๐๐๐๘๘ และ ที่ ๑๐๐๖๐๕๐/๒/๑๐๐๐๘๙ ให้

จำเลยที่ ๑ ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี ๒๕๓๙ และ ๒๕๔๐ พร้อมเงินเพิ่มรวมจำนวน ๑๙๔,๕๘๓.๘๑ บาท และจำนวน ๑๒๑,๘๒๔.๒๒ บาท ตามลำดับ กับมีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มเลขที่ ๑๐๐๖๐๕๐/๕/๑๐๒๑๙๘ ถึง ๑๐๒๒๑๐ รวม ๑๓ ฉบับ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มกับเบี้ยปรับและเงินเพิ่มคำนวณถึงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๒ สำหรับเดือนภาษีกรกฎาคม ๒๕๓๙ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๐ รวมจำนวน ๑,๔๐๓,๑๗๙ บาท จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์คัดค้านการประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีภาษีมูลค่าเพิ่มให้ลดเบี้ยปรับคงเหลือเรียกเก็บร้อยละ ๕๐ ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์นำคดีมาฟ้องคือ สำนวนแรกเพื่อขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ค่าภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ภายหลังจากที่โจทก์ได้แจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจาณาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ชำระบัญชีของจำเลยที่ ๑ ทราบแล้ว เมื่อจำเลยที่ ๒ ไม่ชำระหนี้ค่าภาษีอากรให้แก่โจทก์ หนี้ค่าภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงเป็นหนี้ค่าภาษีอากรค้าง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามให้ชำระภาษีจำนวนดังกล่าวตามฟ้องได้โดยไม่ต้องรอให้พ้นกำหนด ๓๐ วัน และแม้ต่อมาจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ชำระบัญชีของจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นฟ้องคือ สำนวนคดีหลังเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้วก็ตาม ย่อมไม่ทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์หมดไป อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามใน ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองหล่อ โฉมงาม · วิชัย ชื่นชมพูนุท · โนรี จันทร์ทร
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายบัญชา สหเกียรติมนตรีศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3700/2552

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 25 ซึ่งบัญญัติว่า "ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง..." จำนวนทุนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2084/2548

จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลาง อันเป็นการดำเนินการตาม ป.รัษฎากรฯ มาตรา 30 (2) แล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7405/2544

จำเลยอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้แต่ขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดี คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังมิได้มีคำวินิจฉัย ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อาจมีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่ง ของเจ้าพนัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9569/2544

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 8 ได้วางข้อห้ามมิให้ฟ้องคดีตามมาตรา 7 (1) ต่อศาลภาษีอากรไว้ซึ่งเป็นการห้ามบุคคลทุกคน หามีข้อยกเว้นให้กรมสรรพากรโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีโดยไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2394/2541

ส.เป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยร่วม ฉะนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลและหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายให้จำเลยร่วมชำระโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้