มาตรา 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ลักษณะ ๒ ฎีกา
การวินิจฉัยให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้บังคับตามความเห็นของฝ่ายที่เห็นควรอนุญาตให้ฎีกา
มาตรานี้อ้างถึง
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
1,454 คดี
โจทก์ทั้งสองฟ้องขับไล่จำเลยผู้บุกรุกให้รื้อถอนอาคารส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินบางส่วนของโจทก์ที่ 1 ซึ่งให้โจทก์ที่ 2 เช่าและร่วมกันเรียกค่าเสียหาย 10,000 บาท กับอีกเดือนละ 1,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองชนะคดีเต็มตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2คงให้โจทก์ที่ 1 ชนะคดีในเรื่องขับไล่ และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 เพียงเดือนละ 500 บาท จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
โจทก์ทั้งสองฟ้องขับไล่จำเลยผู้บุกรุกให้รื้อถอนอาคารส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินบางส่วนของโจทก์ที่ 1 ซึ่งให้โจทก์ที่ 2 เช่าและร่วมกันเรียกค่าเสียหาย 10,000 บาท กับอีกเดือนละ 1,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองชนะคดีเต็มตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2คงให้โจทก์ที่ 1 ชนะคดีในเรื่องขับไล่ และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 เพียงเดือนละ 500 บาท จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งจำเลยได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะ และขอให้จำเลยออกโฉนดที่พิพาทให้โจทก์ เป็นการฟ้องเรียกกรรมสิทธิ์ที่ดินจึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามราคาที่ดินที่พิพาท
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 224
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา ตาราง 1
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งจำเลยได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะ และขอให้จำเลยออกโฉนดที่พิพาทให้โจทก์ เป็นการฟ้องเรียกกรรมสิทธิ์ที่ดินจึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามราคาที่ดินที่พิพาท
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 224
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา ตาราง 1
โจทก์ที่ 1 ฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำละเมิดและเรียกค่าเสียหาย 41,283 บาททุนทรัพย์สำหรับโจทก์ที่ 1 ไม่เกินห้าหมื่นบาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำละเมิดให้โจทก์ที่ 1 ได้รับชดใช้ค่าเสียหาย 1,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้โจทก์ที่ 1 ได้รับชดใช้ค่าเสียหาย 14,250บาท ดังนี้เป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเลยที่ 3 ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายมาดังกล่าวสูงเกินไป เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา248 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.จำเ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1เป็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระในอันที่จะเข้าสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกา จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ในการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคแรก เพราะทำการขายทอดตลาดโดยไม่มีตัวจำเลยอยู่ในที่ ๆ ทำการขายทอดตลาด อีกทั้งบ้านของจำเลยที่ 1 ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการขายทอดตลาดนั้นลักษณะเป็นเรือนโบรา…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ปัญหาข้อเท็จจริงตามที่จำเลยฎีกานั้น ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานหลายเรื่องแล้วและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาสอดคล้องกันคำพิพากษาศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาจำเลยไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาซ้ำอีก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายประกอบกับคดีนี้มีทุนทรัพย์เกินกว่า 50,000 บาท แม้ฎีกาของจำเลยจะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยก็ไม่ต้องห้ามฎีกาแต่อย่างใด…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา 252
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 แม้จะอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเองแต่ศาลอุทธรณ์ไม่หยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยเป็นการไม่ชอบ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหม…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ในส่วนที่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2874/2527 ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์เกินกว่า 50,000 บาทและเป็นคดีฟ้องขับไล่ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้เกินกว่าเดือนละ 5,000 บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงคำพิพากษาฎีกาที่ 2874/2527 ข้อเท็จจริงต่างกับคดีนี้ ฎีกาขอ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 150
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์17,751 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา ฯลฯจำเลยที่ 2 เห็นว่า ประเด็นว่าใครเป็นฝ่ายประมาทมากกว่าหรือจำเลยที่ 1 ประมาทหรือไม่ เป็นประเด็นสำคัญแห่งคดีที่จะนำมาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเรื่องความรับผิดของจำเลยแต่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้นิจฉัยประเด็นดังกล่าว โปรดสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 234
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาว่า เอกสาร ล.1 ที่จำเลยอ้างส่งประกอบคำซักค้านพยานโจทก์และศาลรับไว้แล้วนั้น จะรับฟังประกอบการพิจารณาพิพากษาได้หรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ควรจะขึ้นสู่ศาลฎีกาได้วินิจฉัย และถึงแม้คดีนี้ทุนทรัพย์จะไม่ถึง50,000 บาท ต่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นอันเป็นการแก้ไขมากฎีกาขอ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
การต่อสู้คดีอ้างกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินพิพาทของฝ่ายจำเลยนั้น จำเลยอาจจะให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์โดยมิได้ฟ้องแย้ง หรือจะฟ้องแย้งด้วยก็ได้ถ้าฟ้องแย้งด้วยและเมื่อฟังว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลย ศาลก็จะบังคับให้ตามฟ้องแย้ง แต่ถ้าหากมิได้ฟ้องแย้งศาลก็จะพิพากษาเพียงให้ยกฟ้องโจทก์เท่านั้น คดีเช่นนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ การที่จำเลยมิได้นำค่าขึ้นศาลฟ้องแย้งมาชำระหาได้ทำให้ประเด็นในข้อหาต่อสู้กรรม สิทธิ์หมดหรือระงับไปไม่ การที่ศาลมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 150
ป.วิ.พ. มาตรา 161
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องแย้ง โดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ของผู้ที่จะได้รับสิทธิการเช่าที่ดินของโจทก์ เพราะจำเลยเป็นเจ้าของบ้านพิพาทที่ปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าว แต่ไม่ได้ใช้อยู่อาศัยเอง หากให้ผู้อื่นเช่าอยู่จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่ว่า จำเลยไม่ได้อยู่ในบ้านพิพาทฟังไม่ได้ จำเลยอยู่ในเกณฑ์ของผู้ที่จะได้รับสิทธิการเช่าที่ดินของโจทก์ อันเป็นฎีกาโต้เถียงให้ศาลฎีการับฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นแตกต่างไปจากข้อเท็จจริงที่ศาล…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องแย้ง โดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ของผู้ที่จะได้รับสิทธิการเช่าที่ดินของโจทก์ เพราะจำเลยเป็นเจ้าของบ้านพิพาทที่ปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าว แต่ไม่ได้ใช้อยู่อาศัยเอง หากให้ผู้อื่นเช่าอยู่จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่ว่า จำเลยไม่ได้อยู่ในบ้านพิพาทฟังไม่ได้ จำเลยอยู่ในเกณฑ์ของผู้ที่จะได้รับสิทธิการเช่าที่ดินของโจทก์ อันเป็นฎีกาโต้เถียงให้ศาลฎีการับฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นแตกต่างไปจากข้อเท็จจริงที่ศาล…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
จำเลยทำสัญญากับโจทก์ประกันตัวคนต่างด้าว 2 คนตามสัญญาประกัน 2 ฉบับ หากผิดสัญญาจำเลยยอมให้ปรับรายละ 50,000 บาททุนทรัพย์ของคดีจึงต้องแยกตามสัญญาประกันแต่ละฉบับคือไม่เกินรายละ 50,000 บาท แม้โจทก์ฟ้องด้วยทุนทรัพย์รวมกันมา 2 รายเป็นเงิน 100,000 บาท ก็ตาม แต่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ ก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 สัญญาประกันระบุว่า ถ้าจำเลยผิดสัญญาประกันจำเลยยอมให้โจทก์ปร…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 222
ป.พ.พ. มาตรา 223
ป.พ.พ. มาตรา 380
ป.พ.พ. มาตรา 381
ป.วิ.พ. มาตรา 248
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา