Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61376)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์17,751 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา ฯลฯจำเลยที่ 2 เห็นว่า ประเด็นว่าใครเป็นฝ่ายประมาทมากกว่าหรือจำเลยที่ 1 ประมาทหรือไม่ เป็นประเด็นสำคัญแห่งคดีที่จะนำมาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเรื่องความรับผิดของจำเลยแต่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้นิจฉัยประเด็นดังกล่าว โปรดสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน16,519.53บาทให้แก่โจทก์กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 27 เมษายน 2526 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเงินเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 86)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่า นายวิทย์คนขับรถคันพิพาทอีกฝ่ายหนึ่งมีส่วนประมาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน หรือนายวิทย์น่าจะเป็นฝ่ายประมาทมากกว่าจำเลยที่ 1 เพื่อจะนำมาวินิจฉัยแบ่งความรับผิดของจำเลยกับนายวิทย์ว่าใครจะมีส่วนต้องรับผิดต่อโจทก์จำนวนเท่าใดตามที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ไว้ และข้อที่ว่าจำเลยที่ 1 กับนายวิทย์ได้มีเจตนาร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์ เพราะต่างฝ่ายต่างประมาทเลินเล่อต่อกันแต่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จึงมิใช่หนี้ร่วมอันไม่อาจแบ่งแยกได้ นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบ ให้รับฎีกาจำเลยที่ 2 ไว้ดำเนินการต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 95/2531กรุงเทพมหานครโจทก์นายพิชัย รัตนวรวิภา กับพวกจำเลยบริษัท นำสินประกันภัย จำกัด จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 248ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์17,751 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา ฯลฯจำเลยที่ 2 เห็นว่า ประเด็นว่าใครเป็นฝ่ายประมาทมากกว่าหรือจำเลยที่ 1 ประมาทหรือไม่ เป็นประเด็นสำคัญแห่งคดีที่จะนำมาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเรื่องความรับผิดของจำเลยแต่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้นิจฉัยประเด็นดังกล่าว โปรดสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน16,519.53บาทให้แก่โจทก์กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 27 เมษายน 2526 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเงินเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 86)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า

ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่า นายวิทย์คนขับรถคันพิพาทอีกฝ่ายหนึ่งมีส่วนประมาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน หรือนายวิทย์น่าจะเป็นฝ่ายประมาทมากกว่าจำเลยที่ 1 เพื่อจะนำมาวินิจฉัยแบ่งความรับผิดของจำเลยกับนายวิทย์ว่าใครจะมีส่วนต้องรับผิดต่อโจทก์จำนวนเท่าใดตามที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ไว้ และข้อที่ว่าจำเลยที่ 1 กับนายวิทย์ได้มีเจตนาร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์ เพราะต่างฝ่ายต่างประมาทเลินเล่อต่อกันแต่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จึงมิใช่หนี้ร่วมอันไม่อาจแบ่งแยกได้ นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบ ให้รับฎีกาจำเลยที่ 2 ไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระชัย สูตรสุวรรณ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58549)

ความว่า โจทก์ทั้งห้าฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้โจทก์ทั้งห้าฟ้องเริ่มต้นคดีเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ จำเลยทั้งห้าต่อสู้กรรมสิทธิ์ทำให้คดีกลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ คดีนี้ทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาทจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58624)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง และมีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า การรับฟังพยา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57798)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท และเป็นคดีฟ้องขับไล่ซึ่งขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 5,000 บาท ทั้งจำเลยมิได้กล่าวแก้ด้วยกรรมสิทธิ์เมื่อศาลอุทธรณ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 60057)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ มิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาที่ก่อให้เกิดสิทธิอย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้