Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3380/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งสองฟ้องขับไล่จำเลยผู้บุกรุกให้รื้อถอนอาคารส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินบางส่วนของโจทก์ที่ 1 ซึ่งให้โจทก์ที่ 2 เช่าและร่วมกันเรียกค่าเสียหาย 10,000 บาท กับอีกเดือนละ 1,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองชนะคดีเต็มตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2คงให้โจทก์ที่ 1 ชนะคดีในเรื่องขับไล่ และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 เพียงเดือนละ 500 บาท จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้สร้างหลังคาและรั้วต่อเติมรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ที่ 1 ซึ่งให้โจทก์ที่ 2 เช่าโดยไม่มีสิทธิใด ๆโจทก์ทั้งสองได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อออกไป แต่จำเลยและบริวารเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้ออาคารส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินประมาณ 2 ตารางวา ของโจทก์และชำระค่าเสียหายถึงวันฟ้องเป็นเงิน 10,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อออกไป

จำเลยให้การว่าโจทก์ที่ 2 เป็นเพียงผู้เช่าอาคารเลขที่ 182 เท่านั้น ไม่มีสิทธิใด ๆ ในที่ดินของโจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ที่ 1 ไม่มีเจตนาฟ้องจำเลยลายมือชื่อของไวยาจักรจึงอาจไม่ใช่ลายมือชื่อที่แท้จริงก็ได้ โจทก์ที่ 2 ยุยงให้โจทก์ที่ 1 ฟ้องจำเลยเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน จำเลยไม่ได้ก่อสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ที่ 1 เจ้าของอาคารเลขที่ 335เดิมเป็นผู้ก่อสร้างในที่ดินของโจทก์ที่ 1 โดยได้รับความยินยอมจากเจ้าอาวาสคนก่อน โจทก์ทั้งสองไม่ได้รับความเสียหาย ถ้าได้รับความเสียหายก็ไม่เกิน 50 บาท นายสงัด ไทยวารี ไม่ได้รับมอบอำนาจให้บอกกล่าวเลิกสัญญาที่จำเลยเคยขออาศัยอยู่ในที่ดินดังกล่าวและจำเลยไม่เคยได้รับคำบอกกล่าว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนส่วนที่บุกรุกออกไปจากที่ดินของโจทก์ที่ 1ถ้าไม่รื้อให้โจทก์เป็นผู้รื้อโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 10,000 บาท ถึงวันฟ้อง และค่าเสียหายเดือนละ1,000 บาท จนกว่าจะรื้อเสร็จ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 ห้ามจำเลยและบริวารบุกรุกที่ดินพิพาทของโจทก์ที่ 1 และให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 เดือนละ 500 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ทั้งสองร่วมกันฟ้องขับไล่จำเลยผู้บุกรุกให้รื้อถอนออกไปจากที่ดินบางส่วนของโจทก์ที่ 1 ซึ่งให้โจทก์ที่ 2 เช่าทั้งอาคารและที่ดินดังกล่าวและร่วมกันเรียกค่าเสียหาย 10,000 บาท กับค่าเสียหายรายเดือนอีกเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองชนะคดีเต็มตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 คงให้โจทก์ที่ 1 ชนะคดีในเรื่องขับไล่และแก้ค่าเสียหายเพียงเล็กน้อย จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

ที่จำเลยฎีกาว่านายพูนเพิ่ม ไกรฤกษ์ ไวยาวัจกรของโจทก์ที่ 1 ได้ลงลายมือชื่อในใบแต่งทนายความเพื่อฟ้องบุคคลอื่น ไม่ใช่เพื่อฟ้องจำเลยโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องก็ดี โจทก์ที่ 2 ยุยงและออกค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดีนี้ให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนก็ดี นางพเยาว์ รัตนวงศ์ เจ้าของบ้านเดิมได้ปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาทของโจทก์ที่ 1 โดยได้รับอนุญาตจากหลวงบุษยมานไวยาวัจกรคนก่อนของโจทก์ที่ 1 เมื่อจำเลยเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 335 ซึ่งซื้อจากนางพเยาว์ จำเลยจึงมีสิทธิอาศัย เมื่อโจทก์ไม่ได้บอกกล่าวให้จำเลยทราบล่วงหน้าก่อนโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยก็ดี ศาลจะบังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องไม่ได้

เพราะตามพยานโจทก์ได้ความว่าที่ดินของโจทก์ที่ 1 ส่วนที่ว่าจำเลยรุกล้ำอยู่คนละทิศกันกับส่วนที่ปลูกสร้างรุกล้ำอยู่ในปัจจุบันก็ดี และศาลอุทธรณ์ให้ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 500 บาท สูงเกินไปก็ดี เห็นว่า ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายนั้น เนื่องจากตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2527 มาตรา 11 ให้เพิ่มเติมบทมาตรา 296 ทวิเป็นว่า

"ในกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกพิพากษาให้ขับไล่ หรือต้องออกไปหรือต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยหรือทรัพย์สินที่ครอบครอง ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จัดการให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองทรัพย์ดังกล่าว"ดังนั้น โจทก์จึงชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป จะให้โจทก์รื้อถอนเองโดยบังคับให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายหาได้ไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอในส่วนที่ให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้