โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายโดยคนหนึ่งใช้มือชกต่อยอีกคนหนึ่งใช้เท้าถีบ ขอให้ลงโทษตามมาตรา 254,338 ข้อ 3 จำเลยรับสารภาพตามฟ้อง ดั่งนี้ ศาลต้องลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการด้วยกันตามมาตรา 254
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
รับจ้างเขียนคำร้องทุกข์โดยรู้อยู่ว่าเป็นความไม่จริง และเป็นการหมิ่นประมาทผู้อื่นนั้น ย่อมมีความผิดฐานสมคบกันหมิ่นประมาท
+เพื่อไห้คนหนึ่งทำหนังสือ+สำเหร็ด แม้อีกคนหนึ่งไม่+มือทำปลอมหนังสือด้วย ก็คงมีความผิดถานเปนตัวการด้วยกัน.
ไนคดีลอบนำของที่ยังไม่ได้เสียพาสีเข้ามาไนราชอานาจักรนั้น ของกลางที่จับมาได้แยกได้ว่าสิ่งไหนเปนของจำเลยคนไดซึ่งต่างคนต่างพาเข้ามานั้น สาลปรับจำเลยแยกกัน.
การนำเอาคูปองปลอมออกจำหน่ายย่อมเรียกว่าเปนการไช้ตามความหมายของมาตรา 277 กดหมายอาญาแล้ว.
บัญชีซึ่งทำเป็นภาษาต่างประเทศตามกฎหมายจะต้องมีภาษาไทยกำกับไว้ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนจะต้องทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี 2482 นั้น เป็นหน้าที่ของผู้จัดการจะต้องเป็นผู้จัดทำตามกฎหมายเสมียนผู้ช่วยจัดทำไม่มีความผิดร่วมด้ …
ไนคดีซึ่งหยุ่ไนชั้นพิจารนาสาลชั้นต้นเรียกปลัดอำเพอและกำนันมาสอบถาม แล้วฟังข้อเท็ดจิงว่าจำเลยมิได้กะทำผิดพิพากสายกฟ้อง โดยไม่ปรากตว่าบุคคลทั้งสองนั้นมาสาลไนถานะ เช่นไร เช่นนี้ ย่อมเปนการไม่ชอบด้วยกะบวนพิจารนา.
กรมการอำเพอมีอำนาดที่จะสั่งรื้อถอนสิ่งซึ่งมีผู้กะทำการขัดขวางต่อทางน้ำสาธารนะประโยชน์ได้ตาม ม.117 พ.ร.บ.ลักสนะปกครอง ท้องที่ 2457
เมื่อกฎหมายบัญญัติเพียงว่าใช้เรือโดยมิได้รับอนุญาตโดยถูกต้องตามกฎหมายเป็นความผิด. แต่ปรากฏในใบอนุญาตว่าจะใช้เรือรับส่งคนโดยสารและลากจูงทั้งสองอย่างไม่ได้. เช่นนี้ย่อมลงโทษจำเลยได้ตาม พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย ฉบับที่ 6พ.ศ.2481 มา …
การต้มกลั่นแอลกอฮอล์ ซึ่งถ้าเติมน้ำเข้าดื่มกินมึนเมาได้อย่างสุรา และต้มโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานย่อมเป็นผิดตามกฎหมายสุราผู้ที่สมคบเกี่ยวข้องกับการนี้ได้ชื่อว่าเป็นตัวการด้วย
คดีที่ได้เกิดวิวาทกันแล้วทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน เมื่อได้ความว่าผู้ใดทำร้ายใครก็ลงโทษจำเลยที่ได้ทำร้างนั้น ได้ (อ้างฎีกาที่ 621/2460,ที่ 593/2484), การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำความผิดโดยสมคบกันทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อทางพิจารณาปรา …
สมคบกันไปลักทรัพย์คนหนึ่งเข้าไปในร้านเพื่อจะลักทรัพย์.อีกคนหนึ่งเฝ้าต้นทางเพื่อช่วยเหลือ. บังเอิญเจ้าทรัพย์เดินกลับมาคนเฝ้าต้นทางทำอาณัติสัญญาณให้อีกคนหนึ่งทราบ.ดังนี้ย่อมผิดฐานเป็นตัวการด้วยกัน.
จำเลยสมคบกันเพื่อกระทำร้ายผู้หนึ่ง จำเลยคนหนึ่งได้ทำร้ายผู้อื่นที่มาขัดขวางและเป็นการต่อสู้กันตัวต่อตัวโดยจำเลยอื่นมิได้เกี่ยวข้องดังนี้จำเลยอื่นๆ นั้นไม่มีผิดฐานเป็นตัวการทำร้ายร่างกายด้วย เพราะเจตนาเดิมของจำเลยมิได้มุ่งจะทำร้ายบ …
สมคบหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง.
สมคบกันมากระทำผิดอย่างเดียวกัน ต้องเป็นตัวการด้วยกันไม่จำเป็นต้องได้ลงมือทำผิดด้วยกันทุกคน.
โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยทั้ง 2 สมคบกับทำการลักทรัพย์ อ้างกฏหมายอาญามาตรา 63 แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 2 จ้างให้จำเลยที่ 1 ทำการลักทรัพย์โดยจำเลยที่ 2 มิได้ร่วมมือในการลักทรัพย์ด้วย ดังนี้ต้องถือข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจึงต่า …
ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลย 2 ฝ่ายต่างทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันไม่ปรากฏว่าใครทำร้ายใครและไม่ได้กล่าวว่าจำเลยหลายคนฝ่ายหนึ่งสมคบกันเข้าทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งดังนี้ถ้าปรากฏว่าทำร้ายกันไม่ถึงสาหัสหรือถึงตายแล้ว แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ลงโ …
ฟ้องโจทกล่าวว่าจำเลยบังอาดสมคบกับนายจอมซึ่งต้องโทสไปแล้ว ไช้หอกทำร้ายร่างกายนายออนายเพาโดยเจตนาค่าไห้ตาย แม้ทางพิจารนาจะได้ความว่าจำเลยพยายามค่านายเพาโดยมิได้สมคบกับนายจอมก็ลงโทสจำเลยได้
สองคนด่าว่ากันอยู่ที่ถนนหลวงแล้วคนหนึ่งไปพาบุตรของตนมา พอมาถึงผู้เป็นบุตรก็เข้าทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งดังนี้ ถือว่า-ทั้งสามคนมีความผิดฐานวิวาทต่อสู้กันในถนนหลวง
ฟ้องว่าสมคบกับทำร้ายเขาถึงตาย ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยมีผิดฐานวิวาทเป็นเหตุให้คนตายตามาตรา 253, ลงโทษจำเลยไม่ได้คดีฟ้องขอให้ลงโทษฐานฆ่าคน ซึ่งถือว่าโจทก์ประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายไม่ถึงบาดเจ็บ