Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2485

พ.ศ. 2485 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ได้เกิดวิวาทกันแล้วทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน เมื่อได้ความว่าผู้ใดทำร้ายใครก็ลงโทษจำเลยที่ได้ทำร้างนั้น ได้ (อ้างฎีกาที่ 621/2460,ที่ 593/2484), การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำความผิดโดยสมคบกันทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่าจำเลยได้ทำความผิดโดยต่างเข้าทำร้ายผู้เสียหายโดยมิได้สมคบกันมา ก็ลงโทษได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายนายเม่งส้าน นายเอื้อน นายสุยมีบาดเจ็บขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นฟังว่ามีการวิวาททำร้ายกัน จึงพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๒-๓-๔ ตามมาตรา ๒๕๔ จำเลยที่ ๑-๕-๖ ให้ปล่อยตัวไป โจทก์จำเลยที่ ๒-๓ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายโจทก์ แต่ทางพิจารณาปรากฏว่าเป็นกรณีวิวาทก็ต้องยกฟ้องตามมาตรา ๑๙๒ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา เพราะคำบรรยายในฟ้องต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณา จึงพิพากษาแก้ให้ปล่อยจำเลยที่ ๒-๓ ส่วนจำเลยที่ ๔ แม้จะไม่ได้อุทธรณ์คัดค้าน ก็ต้องปล่อยตัวไปเช่นกันเพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้คดีจะเป็นเรื่องกเกิดวิวาทแล้วทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน เมื่อได้ความว่าผู้ใดทำร้ายใครบ้างก็ลงโทษจำเลยที่ได้ทำร้ายนั้นได้ ส่วนในฟ้องที่บรรยายว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายผู้เสียหายและทางพิจารณาปรากฏว่า ไม่มีการสมคบจำเลยบางคนได้เข้าไปทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งโดยเกิดวิวาทกันขึ้นเช่นนี้ จะเรียกว่าข้อเท็จจริงที่บรรยายในฟ้องต่างกับในทางพิจารณา + ยกฟ้องตามมาตรา ๑๙๒ ประมวลวิธีพิจารณาอาญาได้หรือไม่นั้น เห็นว่าการที่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำความผิดโดยสมคบกันทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งหรือทางพิจารณาปรากฏว่า จำเลยได้ทำความผิดโดยต่างเข้าทำร้ายผู้เสียหายโดยมิได้สมคบกันมานั้น ข้อสำคัญที่จะมีความผิดหรือไม่นั้นก็คือการทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็นว่าข้อสำคัญอยู่ที่การทำร้าย ฉนั้นจึงยกฟ้องโจทก์ตามมาตรา ๑๙๒ ประมวลวิธีพิจารณาอาญาไม่ได้ ข้อที่ว่ามีการสมคบหรือไม่นั้นไม่สำคัญสำหรับคดีนี้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒-๓-๔ ตามมาตรา ๒๕๔ ตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ว.จ. นิติสาตรไพสาล · อ.ช. เพ็นชาติ · ธัมบันฑิต
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายแฉล้มรุทรวนิชศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้