Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2485

พ.ศ. 2485 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยทั้ง 2 สมคบกับทำการลักทรัพย์ อ้างกฏหมายอาญามาตรา 63 แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 2 จ้างให้จำเลยที่ 1 ทำการลักทรัพย์โดยจำเลยที่ 2 มิได้ร่วมมือในการลักทรัพย์ด้วย ดังนี้ต้องถือข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจึงต่างกับฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๒ สมคบกันลักกระดาษแบบลายพิมพ์นิ้วมือแสดงการที่บุคคลต่าง ๆต้องโทษตามคำพิพากษารวม ๖ แผ่นราคา ๖ สตางค์ ขอให้ลงโทษตามกฏหมายอาญามาตรา ๒๙๓,๒๙๔,๖๓ และขอให้กักกันจำเลยที่ ๒ ด้วยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๔ คนละ ๓ ปี กับให้ช่วยกันใช้ทรัพย์ ส่วนข้อขอกักกันให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ฉะเพาะจำเลยที่ ๒ คดีส่วนจำเลยที่ ๑ คงพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๒ สมคบกันทำการลักทรัพย์และอ้างกฏหมายอาญามาตรา ๖๓ แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ได้จ้างจำเลยที่ ๑ ให้ทำการลักทรัพย์ อันอาจเป็นความผิดตามบทมาตราอื่น ซึ่งโจทก์มิได้กล่าวถึงการกระทำหรืออ้างบทมาตรามาในฟ้อง เมื่อไม่ได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ได้ลงมือในการลักทรัพย์ดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๖๓ จึงต้องถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความในทางพิจารณาต่างกับข้อที่กล่าวอ้างในฟ้อง จะลงโทษจำเลยไม่ได้ ดังคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิต · อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - พระดุลย+
ศาลอุทธรณ์ - พระสารนิริปัญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้