Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9934/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่เป็นที่แน่นอน กรรมสรรพากรจำเลยจึงมีหน้าที่ต้องส่งประกาศแจ้งกำหนดวันเวลาและสถานที่การขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ให้โจทก์ทราบ ณ ภูมิลำเนาของโจทก์ดังกล่าวซึ่งถ้าไม่สามารถส่งได้ จึงจะส่งโดยวิธีอื่นหรือประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ได้ การที่จำเลยแจ้งเรื่องการขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์โดยวิธีประกาศโฆษณาทางหนังสือพิมพ์โดยไม่เข้าข้อยกเว้นที่ให้ทำได้ จึงไม่ชอบการขายทอดตลาดที่จำเลยดำเนินการไปจึงไม่ชอบด้วยระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากรตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2525 และระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากร พ.ศ. 2532

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 12

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2521 เจ้าพนักงานประเมินภาษีจำเลยได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่โจทก์ได้ยื่นแบบเสียภาษีให้ครบถ้วนในปี 2516 และ 2517 กับแจ้งจำนวนภาษีที่ต้องชำระไปยังโจทก์แล้วโจทก์ไม่ชำระภาษีภายในกำหนด จึงถือว่าเป็นภาษีอากรค้าง ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ต่อมาปี 2523 จำเลยยึดที่ดินรวม20 โฉนด ของโจทก์ เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างดังกล่าว จำเลยแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ คณะกรรมการดังกล่าวได้ประกาศกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่จะขายทอดตลาดในวันที่ 18 ธันวาคม 2533 เวลา 10 นาฬิกาณ สำนักงานสรรพากร กรุงเทพมหานคร ถนนเจ้าฟ้า

แขวงชนะสงครามเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และโฆษณาประกาศขายทอดตลาดในหนังสือพิมพ์ "รายวันสยาม" ฉบับวันที่ 10 ธันวาคม 2533 ในวันดังกล่าวคณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ได้ขายทอดตลาดที่ดินทั้ง 20 โฉนดของโจทก์ให้แก่ผู้มีชื่อไปเป็นเงิน 2,647,000 บาท ซึ่งเป็นการขายทอดตลาดโดยมิชอบเพราะคณะกรรมการดังกล่าวมิได้ส่งประกาศเรื่องขายทอดตลาดทรัพย์สินและแจ้งกำหนดวันเวลาและสถานที่ขายทอดตลาดให้โจทก์ทราบและตามระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากร พ.ศ. 2532 ข้อ 8 ข. ซึ่งกำหนดว่าจะต้องส่งประกาศเรื่องขายทอดตลาดทรัพย์สิน (ภ.ส.19) ให้แก่ผู้ค้างภาษีอากรหรือผู้มีส่วนได้เสียในการขายทอดตลาดทรัพย์สินทราบ

ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2533 แล้วให้จำเลยดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ใหม่จำเลยให้การว่า จำเลยดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา บริษัทเอ็ม.เอ.ที.เอ็นจิเนียริ่ง จำกัดผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม โดยอ้างว่าเป็นผู้ประมูลซื้อทรัพย์รายนี้ได้จากการขายทอดตลาดของจำเลยจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ซึ่งจำเลยดำเนินการเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2533 และให้จำเลยดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ใหม่จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยและจำเลยร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2523 จำเลยได้ยึดที่ดินของโจทก์รวม20 โฉนด ตามฟ้องเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ค่าภาษีอากรค้างตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ต่อมาจำเลยได้ตั้งคณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ ส่วนการขายทอดตลาดจำเลยได้แจ้งเรื่องการขายทอดตลาดทรัพย์สินให้โจทก์ทราบโดยวิธีประกาศโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ คณะกรรมการดังกล่าวได้ขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ดินของโจทก์ไป 18 โฉนด เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2533 เป็นเงินทั้งสิ้น 2,647,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมว่า การขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ได้ดำเนินการไปโดยชอบหรือไม่ โจทก์อ้างว่า จำเลยได้ดำเนินการขายที่ดินของโจทก์โดยไม่ชอบเพราะไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบโดยชอบ โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 60/3 ซอยรามคำแหง 29 แขวงหัวหมากเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยได้แจ้งย้ายเข้าตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2533 ก่อนวันที่ 18 ธันวาคม 2533 อันเป็นวันขายทอดตลาดที่ดินของโจทก์เป็นเวลานานถึง 4 เดือน 4 วันตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 11 เห็นว่า ระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากร พ.ศ. 2532 ข้อ 7 ข.วรรคสาม กำหนดว่า "การส่งประกาศเรื่องการขายทอดตลาดทรัพย์สินให้แก่ผู้ค้างภาษีอากร และหรือผู้มีส่วนได้เสียในการขายทอดตลาดทรัพย์สินให้ปฏิบัติตามระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากรในส่วนที่เกี่ยวกับวิธีการส่งประกาศเรื่องยึดทรัพย์สินโดยอนุโลม" และตามระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากรตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร

พ.ศ. 2525 ข้อ 10 กำหนดว่า "วิธีการส่งคำสั่งยึดทรัพย์สิน และประกาศยึดทรัพย์สินให้ปฏิบัติดังนี้ (1) ให้ส่งคำสั่งหรือประกาศยึดทรัพย์สิน ณ ภูมิลำเนา หรือสำนักทำการงานของผู้ค้างภาษีอากรฯลฯ" โจทก์มีภูมิลำเนาตามที่อยู่ดังกล่าวข้างต้นโดยมีนายประเสริฐ โตเจริญ ผู้อำนวยการเขตบางกะปิกรุงเทพมหานคร ยืนยันรับรองข้อเท็จจริงนี้ ส่วนจำเลยและจำเลยร่วมมิได้นำสืบหักล้างข้อเท็จจริงดังกล่าวให้เห็นเป็นอย่างอื่น คงอ้างเพียงว่า ก่อนดำเนินการขายทอดตลาด จำเลยได้ตรวจสอบภูมิลำเนาของโจทก์ที่สำนักงานกลางทะเบียนราษฎรกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2533 และสอบถามที่สำนักงานเขตบางกะปิ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2533แต่การสอบถามที่สำนักงานเขตบางกะปิ เป็นการกล่าวอ้างลอย

ๆไม่มีหลักฐานทางราชการยืนยันแต่อย่างใด จึงไม่มีน้ำหนักให้น่าเชื่อถือ ซึ่งถ้าจำเลยทำการตรวจสอบภูมิลำเนาของโจทก์จริงก็คงต้องทราบภูมิลำเนาของโจทก์เพราะโจทก์มีภูมิลำเนาแน่นอนอยู่บ้านเลขที่ 60/3 ซอยรามคำแหง 29 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิกรุงเทพมหานคร ก่อนวันขายทอดตลาดถึง 4 เดือนเศษอยู่แล้วเมื่อภูมิลำเนาของโจทก์มีอยู่เป็นที่แน่นอนเช่นนี้ จำเลยก็มีหน้าที่ต้องส่งประกาศแจ้งกำหนดวันเวลาและสถานที่การขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ให้โจทก์ทราบ โดยต้องส่งให้โจทก์ ณ ภูมิลำเนาของโจทก์ดังกล่าวซึ่งถ้าไม่สามารถส่งได้ตามภูมิลำเนานั้นจำเลยจึงจะส่งโดยวิธีอื่นหรือประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ที่จำหน่ายเป็นปกติในท้องที่นั้นได้ ดังนั้น

การที่จำเลยแจ้งเรื่องการขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ให้โจทก์ทราบโดยวิธีประกาศโฆษณาทางหนังสือพิมพ์โดยไม่เข้าข้อยกเว้นที่ให้ทำได้นั้น จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ส่งประกาศแจ้งวันขายทอดตลาดทรัพย์สินให้โจทก์ทราบโดยชอบ การขายทอดตลาดทรัพย์สินของโจทก์ที่จำเลยดำเนินการไปจึงไม่ชอบด้วยระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากรตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากรพ.ศ. 2525 และระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากร พ.ศ. 2532 คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · สุทธิ นิชโรจน์ · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2566

แม้คดีนี้ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์จนกระทั่งมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสิทธิให้ผู้ร้องมีชื่อในโฉนดที่ดินพิพาทแล้วโดยไม่มีการออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับคดีแก่ล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6043/2561

โจทก์ฟ้องเรียกหนี้สินจากจำเลยที่ 1 ซึ่งจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551 จึงมีอายุความห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1272 โจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5519/2561

คดีนี้เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มและประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลจำเลยที่ 1 แม้ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลจะเป็นภาษีอากรประเมิน ซึ่งเมื่อจำเลยที่ 1 ได้รับแจ้งการประเมินแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15345/2558

เอกสารที่โจทก์ยื่นพร้อมกับแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ฉบับเพิ่มเติมครั้งที่ 1 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท ที่ระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกำไรหรือผลขาดทุนของกิจการโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4144/2552

ตาม ป.รัษฎากร ในหมวด 3 เรื่องภาษีเงินได้ในส่วน 1 ข้อความทั่วไปและส่วน 2 การเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดา บัญญัติหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดเก็บ ภาษีเงินเงินได้บุคคลธรรมดาเมื่อได้รับเงินได้พึงประเมินตาม ป.รัษฎาก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้