Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 886/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หญ้าไม่ใช่พืชไร่ตามความหมายของคำนิยามศัพท์ของมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ การเช่าที่ดินพิพาทเพื่อปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ของโจทก์จึงมิใช่การเช่านาอันจะต้องมีการควบคุมตามมาตรา 22 ทั้งจะขยายความให้มีความหมายถึงการประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น นอกจากการเช่านาตามคำนิยามศัพท์ของคำว่าเกษตรกรรม มาตรา 5 หาได้ไม่ ดังนั้น เมื่อการเช่าที่ดินพิพาทของโจทก์เป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นนอกจากการเช่านา แต่ขณะนี้ยังไม่มีการตรา พ.ร.ฎ.ควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นการเช่าที่ดินของโจทก์จึงไม่อยู่ในความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. นี้ โจทก์จะอ้างว่ามีสิทธิเช่าที่ดินพิพาทต่อไปจนครบ 6 ปี หาได้ไม่ เพราะกำหนดระยะเวลาการเช่า 6 ปี ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 26 ใช้เฉพาะการเช่านาอย่างเดียว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 บอกเลิกการเช่าจึงชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 21 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 22 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 26

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ส่งมอบที่ดินที่เช่าให้แก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน 328,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 306,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

ระหว่างพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 3 ซึ่งถึงแก่ความตายก่อนฟ้องออกจากสารบบความ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ถึงที่ 7 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ตามคำร้องลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2545

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต ต่อมาระหว่างสืบพยานจำเลย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ของโจทก์ ตามคำร้องลงวันที่ 17 เมษายน 2546

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ถึงที่ 7 ร่วมกันชำระค่าเสียหาย 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 31 มกราคม 2543) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ถึงที่ 7 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ส่วนอุทธรณ์คำสั่งให้ยก คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์ 700 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกนั้นให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 4 ถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาจึงให้ตั้งจำเลยที่ 7 บุตรจำเลยที่ 4 เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 4 ผู้มรณะ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2538 โจทก์เช่าที่ดินพิพาท 4 แปลง ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตามฟ้องซึ่งเป็นที่นาเพื่อปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์โดยไม่ได้กำหนดเวลาการเช่าไว้ แต่มีการทำสัญญาเช่ากันใหม่ปีต่อปีถึงปี 2540 โจทก์ประกอบเกษตรกรรมทดลองปลูกหญ้าพันธุ์ต่างประเทศในปี 2538 ภายหลังทำสัญญาเช่าฉบับแรก มีการเก็บเกี่ยวหญ้าไปขายและแจกบ้าง ต่อมาวันที่ 10 กันยายน 2541 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 บอกเลิกการเช่าที่ดินพิพาทและให้โจทก์นำพืชผลของโจทก์ออกไปภายในเดือนธันวาคม 2541 โจทก์ทราบการบอกเลิกแล้ว ครั้นวันที่ 31 มกราคม 2542 จำเลยทั้งเจ็ดเข้าไปไถที่ดินพิพาท ทำให้หญ้าและต้นไม้ของโจทก์เสียหาย สำหรับค่าเสียหายซึ่งศาลล่างทั้งสองกำหนดให้โจทก์ 20,000 บาท โจทก์ไม่ฎีกา จึงเป็นอันยุติ

โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ครอบคลุมถึงการเช่าที่ดินเพื่อประโยชน์ด้านการเพาะปลูกข้าว พืชไร่ พืชสวน ผลไม้ พืชหลัก เลี้ยงสัตว์บกสัตว์น้ำ ทำนาเกลือ และกิจการอื่น ตามมาตรา 5 และ 21 โจทก์ย่อมมีสิทธิเช่าที่ดินพิพาทจนครบ 6 ปี ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวการบอกเลิกการเช่าของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องอ้างว่าการเช่าที่ดินพิพาทเป็นการเช่านาตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 จึงต้องพิจารณาตามคำนิยามศัพท์ของมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ซึ่งบัญญัติว่า "นา" หมายความว่า ที่ดินที่เช่าเพื่อทำนาทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ "ทำนา" หมายความว่า

การเพาะปลูกข้าวหรือพืชไร่ และ "พืชไร่" หมายความว่าพืชซึ่งต้องการน้ำน้อยและอายุสั้น หรือสามารถเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้ภายในสิบสองเดือนเมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ว่า ต้นหญ้าพันธุ์ต่างประเทศที่โจทก์ปลูกในที่ดินพิพาทมิได้มีอายุสั้น ปลูกครั้งเดียวก็ดูแลรักษาและเก็บเกี่ยวใบหญ้าได้เป็นเวลานาน ศาลฎีกาจึงเห็นว่า หญ้าไม่ใช่พืชไร่ตามความหมายของคำนิยามดังกล่าวการเช่าที่ดินพิพาทเพื่อปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ของโจทก์จึงมิใช่การเช่านาอันจะต้องมีการควบคุมตามมาตรา 22 ทั้งจะขยายความให้มีความหมายถึงการประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น นอกจากการเช่านาตามคำนิยามศัพท์ของคำว่า "เกษตรกรรม" ตามมาตรา 5 หาได้ไม่ เพราะมาตรา 63 บัญญัติว่า

"ในกรณีที่มีการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประเภทใดนอกจากการเช่านา... เมื่อรัฐบาลเห็นสมควรให้การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทนั้นมีการควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้... ก็ให้มีอำนาจกระทำได้โดยตราพระราชกฤษฎีกา" ดังนี้ เมื่อการเช่าที่ดินพิพาทของโจทก์เป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นนอกจากการเช่านา แต่ปรากฏว่าขณะนี้ยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกาควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นการเช่าที่ดินของโจทก์จึงไม่อยู่ในความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ โจทก์จะอ้างว่ามีสิทธิเช่าที่ดินพิพาทต่อไปจนครบ 6 ปี หาได้ไม่ เพราะกำหนดระยะเวลาการเช่า 6 ปี ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 26 ใช้เฉพาะการเช่านาอย่างเดียว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 บอกเลิกการเช่าชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัปษร หิรัญบูรณะ · ฐานันท์ วรรณโกวิท · ชัยยันต์ ศุขโชติ
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 818/2537

จำเลยเช่าที่พิพาททำสวนปลูกฝรั่ง-พันธุ์เวียดนาม มะม่วงและมะพร้าวซึ่งล้วนแต่เป็นพืชต้องการน้ำมากและอายุยืนไม่ถือว่าเป็นพืชไร่ ตามนัยแห่งมาตรา 21พระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 กรณีมิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3749/2534

ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ นั้น กฎหมายประสงค์ให้ความคุ้มครองถึงผู้เช่าช่วงโดยได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าด้วย นายท.บิดานาย ป.เช่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ถึง298 ไร่ จากนาง จ. มารดาโจทก์มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2993/2532

คู่ความท้ากันว่า ถ้าจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 จำเลยยอมแพ้ข้อต่อสู้อื่น ๆ จำเลยสละทั้งหมดถ้าจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์ยอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7225/2557

โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์ที่ 2 เพื่อทำนาโดยชำระค่าเช่าเป็นข้าวเปลือก จำเลยไม่ชำระค่าเช่า โจทก์ทั้งสองบอกเลิกสัญญาเช่าพร้อมขับไล่จำเลยแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7745/2543

สภาพของที่ดินพิพาทมีไม้ยืนต้นปลูกอยู่เต็มพื้นที่ ลักษณะของการปลูกต้นไม้ในที่ดินพิพาทเป็นการปลูกไม้ยืนต้นเป็นหลักที่ว่างระหว่างไม้ยืนต้นซึ่งใช้ปลูกพืชสวนครัวเป็นส่วนประกอบไปด้วยตามสภาพของที่ว่าง เช่นนี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้