Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 886/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หญ้าไม่ใช่พืชไร่ตามความหมายของคำนิยามศัพท์ของมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ การเช่าที่ดินพิพาทเพื่อปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ของโจทก์จึงมิใช่การเช่านาอันจะต้องมีการควบคุมตามมาตรา 22 ทั้งจะขยายความให้มีความหมายถึงการประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น นอกจากการเช่านาตามคำนิยามศัพท์ของคำว่าเกษตรกรรม มาตรา 5 หาได้ไม่ ดังนั้น เมื่อการเช่าที่ดินพิพาทของโจทก์เป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นนอกจากการเช่านา แต่ขณะนี้ยังไม่มีการตรา พ.ร.ฎ.ควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นการเช่าที่ดินของโจทก์จึงไม่อยู่ในความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. นี้ โจทก์จะอ้างว่ามีสิทธิเช่าที่ดินพิพาทต่อไปจนครบ 6 ปี หาได้ไม่ เพราะกำหนดระยะเวลาการเช่า 6 ปี ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 26 ใช้เฉพาะการเช่านาอย่างเดียว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 บอกเลิกการเช่าจึงชอบแล้ว

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 Section 21 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 Section 22 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 Section 26

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ส่งมอบที่ดินที่เช่าให้แก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน 328,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 306,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

ระหว่างพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 3 ซึ่งถึงแก่ความตายก่อนฟ้องออกจากสารบบความ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ถึงที่ 7 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ตามคำร้องลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2545

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต ต่อมาระหว่างสืบพยานจำเลย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ของโจทก์ ตามคำร้องลงวันที่ 17 เมษายน 2546

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ถึงที่ 7 ร่วมกันชำระค่าเสียหาย 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 31 มกราคม 2543) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ถึงที่ 7 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ส่วนอุทธรณ์คำสั่งให้ยก คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์ 700 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกนั้นให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 4 ถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาจึงให้ตั้งจำเลยที่ 7 บุตรจำเลยที่ 4 เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 4 ผู้มรณะ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2538 โจทก์เช่าที่ดินพิพาท 4 แปลง ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตามฟ้องซึ่งเป็นที่นาเพื่อปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์โดยไม่ได้กำหนดเวลาการเช่าไว้ แต่มีการทำสัญญาเช่ากันใหม่ปีต่อปีถึงปี 2540 โจทก์ประกอบเกษตรกรรมทดลองปลูกหญ้าพันธุ์ต่างประเทศในปี 2538 ภายหลังทำสัญญาเช่าฉบับแรก มีการเก็บเกี่ยวหญ้าไปขายและแจกบ้าง ต่อมาวันที่ 10 กันยายน 2541 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 บอกเลิกการเช่าที่ดินพิพาทและให้โจทก์นำพืชผลของโจทก์ออกไปภายในเดือนธันวาคม 2541 โจทก์ทราบการบอกเลิกแล้ว ครั้นวันที่ 31 มกราคม 2542 จำเลยทั้งเจ็ดเข้าไปไถที่ดินพิพาท ทำให้หญ้าและต้นไม้ของโจทก์เสียหาย สำหรับค่าเสียหายซึ่งศาลล่างทั้งสองกำหนดให้โจทก์ 20,000 บาท โจทก์ไม่ฎีกา จึงเป็นอันยุติ

โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ครอบคลุมถึงการเช่าที่ดินเพื่อประโยชน์ด้านการเพาะปลูกข้าว พืชไร่ พืชสวน ผลไม้ พืชหลัก เลี้ยงสัตว์บกสัตว์น้ำ ทำนาเกลือ และกิจการอื่น ตามมาตรา 5 และ 21 โจทก์ย่อมมีสิทธิเช่าที่ดินพิพาทจนครบ 6 ปี ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวการบอกเลิกการเช่าของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องอ้างว่าการเช่าที่ดินพิพาทเป็นการเช่านาตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 จึงต้องพิจารณาตามคำนิยามศัพท์ของมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ซึ่งบัญญัติว่า "นา" หมายความว่า ที่ดินที่เช่าเพื่อทำนาทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ "ทำนา" หมายความว่า

การเพาะปลูกข้าวหรือพืชไร่ และ "พืชไร่" หมายความว่าพืชซึ่งต้องการน้ำน้อยและอายุสั้น หรือสามารถเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้ภายในสิบสองเดือนเมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ว่า ต้นหญ้าพันธุ์ต่างประเทศที่โจทก์ปลูกในที่ดินพิพาทมิได้มีอายุสั้น ปลูกครั้งเดียวก็ดูแลรักษาและเก็บเกี่ยวใบหญ้าได้เป็นเวลานาน ศาลฎีกาจึงเห็นว่า หญ้าไม่ใช่พืชไร่ตามความหมายของคำนิยามดังกล่าวการเช่าที่ดินพิพาทเพื่อปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ของโจทก์จึงมิใช่การเช่านาอันจะต้องมีการควบคุมตามมาตรา 22 ทั้งจะขยายความให้มีความหมายถึงการประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น นอกจากการเช่านาตามคำนิยามศัพท์ของคำว่า "เกษตรกรรม" ตามมาตรา 5 หาได้ไม่ เพราะมาตรา 63 บัญญัติว่า

"ในกรณีที่มีการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประเภทใดนอกจากการเช่านา... เมื่อรัฐบาลเห็นสมควรให้การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทนั้นมีการควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้... ก็ให้มีอำนาจกระทำได้โดยตราพระราชกฤษฎีกา" ดังนี้ เมื่อการเช่าที่ดินพิพาทของโจทก์เป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นนอกจากการเช่านา แต่ปรากฏว่าขณะนี้ยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกาควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นการเช่าที่ดินของโจทก์จึงไม่อยู่ในความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ โจทก์จะอ้างว่ามีสิทธิเช่าที่ดินพิพาทต่อไปจนครบ 6 ปี หาได้ไม่ เพราะกำหนดระยะเวลาการเช่า 6 ปี ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 26 ใช้เฉพาะการเช่านาอย่างเดียว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 บอกเลิกการเช่าชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อัปษร หิรัญบูรณะ · ฐานันท์ วรรณโกวิท · ชัยยันต์ ศุขโชติ
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 818/2537

จำเลยเช่าที่พิพาททำสวนปลูกฝรั่ง-พันธุ์เวียดนาม มะม่วงและมะพร้าวซึ่งล้วนแต่เป็นพืชต้องการน้ำมากและอายุยืนไม่ถือว่าเป็นพืชไร่ ตามนัยแห่งมาตรา 21พระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 กรณีมิ…

Supreme Court Judgment No. 3749/2534

ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ นั้น กฎหมายประสงค์ให้ความคุ้มครองถึงผู้เช่าช่วงโดยได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าด้วย นายท.บิดานาย ป.เช่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ถึง298 ไร่ จากนาง จ. มารดาโจทก์มา…

Supreme Court Judgment No. 2993/2532

คู่ความท้ากันว่า ถ้าจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 จำเลยยอมแพ้ข้อต่อสู้อื่น ๆ จำเลยสละทั้งหมดถ้าจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์ยอ…

Supreme Court Judgment No. 7225/2557

โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์ที่ 2 เพื่อทำนาโดยชำระค่าเช่าเป็นข้าวเปลือก จำเลยไม่ชำระค่าเช่า โจทก์ทั้งสองบอกเลิกสัญญาเช่าพร้อมขับไล่จำเลยแ…

Supreme Court Judgment No. 7745/2543

สภาพของที่ดินพิพาทมีไม้ยืนต้นปลูกอยู่เต็มพื้นที่ ลักษณะของการปลูกต้นไม้ในที่ดินพิพาทเป็นการปลูกไม้ยืนต้นเป็นหลักที่ว่างระหว่างไม้ยืนต้นซึ่งใช้ปลูกพืชสวนครัวเป็นส่วนประกอบไปด้วยตามสภาพของที่ว่าง เช่นนี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up