Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8699/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยินยอมให้จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินโดยมิได้ใช้อำนาจ ยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ซึ่งค้างชำระค่าภาษี ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 44 วรรคหนึ่ง และพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 115 วรรคสอง ก่อนที่โรงเรือนพิพาทจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 กรณีไม่อาจถือได้ว่าโจทก์คบคิดกันฉ้อฉลหรือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแต่อย่างใด และเมื่อโจทก์ทวงถามจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เจ้าของคนใหม่แล้ว แต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย ย่อมถือว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 44 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 45 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 115

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 806,496.81 บาท ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,385,848 บาท และให้จำเลยที่ 1 และที่ 4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,171,625.19 บาท ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ,ที่ 2,ที่ 3 และที่ 4 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ในคดีหมายเลขแดงที่ 20/2547 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลภาษีอากรกลาง ไม่ขอเข้าว่าคดีแทนและขอให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 806,496.81 จำเลยที่ 3 ชำระเงินจำนวน 1,385,848 บาท และจำเลยที่ 4 ชำระเงินจำนวน 1,171,625.19 บาท ให้แก่โจทก์ และให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามสัดส่วนของจำนวนทุนทรัพย์ที่ต้องรับผิด โดยให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ใช้ค่าทนายความแทนโจทก์คนละ 4,000 บาท และให้จำเลยที่ 4 ใช้ค่าทนายความแทนโจทก์ 3,000 บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโรงเรือนเลขที่ 43/44 ถึงเลขที่ 43/909 ซึ่งเป็นตึกแถว 2 ชั้น และ 2 ชั้น รวม 570 ห้อง ตั้งอยู่ที่ถนนพระราม 2 แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 832, 833 และ 834 ตำบลบางมด อำเภอบางขุนเทียน ( ปัจจุบันเขตจอมทอง )กรุงเทพมหานคร ของนางพเยาว์ ตามสัญญาเช่าที่ดิน รวม 3 ฉบับ มีกำหนด 23 ปี สัญญาเช่าสิ้นสุดในวันที่ 4 ธันวาคม 2544 จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 832 พร้อมตึกแถวรวม 139 ห้อง บนที่ดินดังกล่าว จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 833 พร้อมตึกแถวรวม 238 ห้อง

บนที่ดินดังกล่าว และจำเลยที่ 4 เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดเลขที่ 834 พร้อมตึกแถวรวม 203 ห้อง บนที่ดินดังกล่าวจากนางพเยาว์ จำเลยที่ 1 ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2536 ถึงปีภาษี 2541 สำหรับตึกแถวทั้ง 570 ห้องดังกล่าว ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โจทก์ประเมินค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับตึกแถวในปีภาษี 2536 ถึงปีภาษี 2541 คิดเป็นค่ารายปี ปีละ 4,587,600 บาท และค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน ปีละ 573,450 บาท รวมเป็นเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินทั้งสิ้น 3,440,700 บาท โดยแจ้งการประเมินให้จำเลยที่ 1 ทราบแล้ว จำเลยที่ 1 มิได้ร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ และมิได้นำเงินค่าภาษีไปชำระตามการประเมิน ซึ่งต้องรับผิดในการชำระเงินเพิ่มให้แก่โจทก์ด้วย

คิดเป็นเงินเพิ่มปีภาษีละ 57,345 บาท รวมเป็นค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและเงินเพิ่มทั้งสิ้น 3,440,700 บาท ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับปีภาษี 2536 ถึงปีภาษี 2539 ซึ่งมียอดภาษีค้างชำระจำนวน 2,293,800 บาท และเงินเพิ่มจำนวน 229,380 บาท โดยขอแบ่งชำระเป็น 48 งวด งวดละหนึ่งเดือน เดือนละ 52,600 บาท และเดือนสุดท้ายเป็นเงิน 50,980 บาท เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2542 เป็นต้นไป และทำสัญญายอมรับในหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและเงินเพิ่มตามจำนวนดังกล่าว และยินยอมผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระให้แก่โจทก์เพียงบางส่วนและยังคงมียอดหนี้ค่าภาษีและเงินเพิ่มค้างชำระสำหรับปีภาษี 2536 ถึงปีภาษี 2539 อีกจำนวน 2,102,380 บาท ส่วนค่าภาษีและเงินเพิ่มสำหรับปีภาษี 2540 ถึงปีภาษี 2541 จำนวน 1,261,590 บาท ยังมิได้ชำระให้แก่โจทก์แต่อย่างใด รวมเป็นหนี้ค่าภาษีและเงินเพิ่มค้างชำระทั้งสิ้น 3,363,970 บาท

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 45 บัญญัติว่า " ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใด ๆ ก็ตาม ท่านว่าเจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีนั้นร่วมกัน " เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน จึงเป็นภาษีค้างชำระ และต่อมาโรงเรือนพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ดังนี้ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงตกอยู่ในฐานะเป็นเจ้าของคนใหม่ ต้องรับผิดในหนี้ค่าภาษีค้างร่วมกันกับจำเลยที่ 1 เจ้าของคนเก่าตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว

การที่โจทก์ยินยอมให้จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยมิได้ใช้อำนาจ ยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ซึ่งค้างชำระค่าภาษี ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 44 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา 115 วรรคสอง ก่อนที่โรงเรือนพิพาทจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 กรณีไม่อาจถือได้ว่าโจทก์คบคิดกันฉ้อฉลหรือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแต่อย่างใด และได้ความว่า โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย ย่อมถือว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง สำหรับอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 มิใช่ข้อสาระสำคัญที่จะทำให้คำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเปลี่ยนแปลงไป ไม่ยกขึ้นวินิจฉัยให้ ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาลี ทัพภวิมล · องอาจ โรจนสุพจน์ · ทองหล่อ โฉมงาม
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายประภาศ คงเอียด
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.128/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ254/2545
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ306/2547
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11028/2558

ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 45 บัญญัติว่า "ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใดๆ ก็ตาม เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5577/2548

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 45 บัญญัติว่า "ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นเจ้าของคนใหม่โดยเหตุใดๆ ก็ตาม ท่านว่าเจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2541

ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2479 มาตรา 45กำหนดว่าถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใด ๆ ก็ตามเจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1996/2538

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 55บัญญัติให้เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีค้างร่วมกัน เมื่อหนี้ค่าภาษีค้างเป็นหนี้ที่มีอยู่ก่อนจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าของคนใหม่รับโอนกรรมสิทธิ์ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2759/2531

จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารพิพาทเดิมค้างชำระค่าภาษีโรงเรือนต่อโจทก์ก่อนโอนขายให้ จำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในอาคารพิพาทต้องร่วมรับผิดในค่าภาษีโรงเรือนที่ค้างด้ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้