Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5577/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 45 บัญญัติว่า "ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นเจ้าของคนใหม่โดยเหตุใดๆ ก็ตาม ท่านว่าเจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีนั้นร่วมกัน" การที่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน จึงเป็นเงินภาษีค้างชำระ ต่อมาจำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 2 และในวันเดียวกันจำเลยที่ 2 โอนให้แก่จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 3 โอนให้แก่จำเลยที่ 4 เป็นทอดๆ ไป ดังนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงตกอยู่ในฐานะเป็นเจ้าของคนเก่าและคนใหม่ อันต้องรับผิดในหนี้ค่าภาษีค้างร่วมกันกับจำเลยที่ 1 โดยมิพักต้องคำนึงว่าการโอนกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้มีขึ้นก่อนหรือภายหลังจากครบกำหนด 4 เดือน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาที่บัญญัติไว้ในมาตรา 38

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 38 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 45

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 514/10 หมู่ที่ 10 ถนนทัพพระยา ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สภาพโรงเรือนเป็นโรงแรมให้เช่าพักอาศัย เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2536 จำเลยที่ 1 ได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) ประจำปีภาษี 2535 และ 2536 สำหรับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว เจ้าพนักงานของโจทก์ได้ทำการตรวจสอบอาคารโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างแล้วได้คำนวณกำหนดค่ารายปีและค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน สำหรับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 สำหรับปีภาษี 2535 เป็นค่ารายปี 1,335,600 บาท และค่าภาษี 166,950 บาท รวมเป็นเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินปีภาษี 2535 และ 2536 ที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระเป็นเงิน 333,900 บาท

เจ้าพนักงานของโจทก์ได้แจ้งการประเมินให้จำเลยที่ 1 ทราบแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ต่อมาปลัดเมืองพัทยาได้ชี้ขาดให้ประเมินค่ารายปีปีภาษี 2535 จำนวน 1,116,600 บาท ค่าภาษี 139,575 บาท ปีภาษี 2536 ค่ารายปี 1,116,600 บาท ค่าภาษี 139,575 บาท รวมเป็นค่าภาษีของปี 2535 และ 2536 เป็นเงินทั้งสิ้น 279,150 บาท โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยที่ 1 รับทราบคำชี้ขาดและให้จำเลยที่ 1 นำเงินค่าภาษีจำนวน 279,150 บาท ไปชำระให้แก่โจทก์หลายครั้งแล้ว แต่จำเลยที่ 1 ไม่นำเงินค่าภาษีไปชำระให้แก่โจทก์เกินกว่า 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำชี้ขาด จึงเป็นภาษีค้างชำระ และจำเลยที่ 1 ค้างชำระค่าภาษีเกินกว่า 3 เดือน

จำเลยที่ 1 จึงต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 10 ของค่าภาษีค้างชำระ คิดเป็นเงินเพิ่ม 27,915 บาท รวมกับค่าภาษีที่ค้างชำระ จำนวน 279,150 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 307,065 บาท ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2544 จำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินพร้อมโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 และในวันเดียวกันนั้นจำเลยที่ 2 ได้โอนที่ดินพร้อมโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 3 และวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2545 จำเลยที่ 3 ได้โอนที่ดินพร้อมโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 4 โดยที่จำเลยที่ 1 ยังค้างชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินดังกล่าวข้างต้นอยู่ในขณะโอนกรรมสิทธิ์ จำเลยทั้งสี่จึงต้องร่วมกันชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่ม

รวม 307,065 บาท แก่โจทก์ โจทก์ทวงถาม แต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉยขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่มจำนวน 307,065 บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่มีค่าภาษีค้างเมื่อพ้นกำหนด 4 เดือน นับแต่วันพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ได้รับแจ้งความการประเมิน จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ตกอยู่ในบังคับของบทบัญญัติ มาตรา 45 ในอันที่จะต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 4 ชำระค่าภาษีที่ค้างดังกล่าว ขอให้ยกคำฟ้อง จำเลยที่ 4 ให้การว่า หนี้ภาษีดังกล่าวเป็นหนี้ที่จำเลยที่ 1 ก่อขึ้นไว้กับโจทก์และมูลหนี้มีอยู่ก่อนวันที่จำเลยที่ 4 จะมารับโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว จำเลยที่ 4 จึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่มรวมเป็นเงิน 307,065 บาท แก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เลขที่ 514/10 หมู่ที่ 10 ถนนทัพพระยา ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จำเลยที่ 1 ได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด. 2) ประจำปีภาษี 2535 และ 2536 โดยระบุว่าเป็นโรงแรม เจ้าพนักงานของโจทก์ประเมินค่ารายปีของโรงแรม สระว่ายน้ำ และห้องอาหารรวม 1,335,600 บาท คิดเป็นค่าภาษี 166,950 บาท เท่ากับทั้งสองปีภาษีตามแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 2 ถึง 7 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ต่อมาปลัดเมืองพัทยามีคำชี้ขาดให้ประเมินค่ารายปีปีละ 1,116,600 บาท และค่าภาษีปีละ 139,575 บาท ตามคำร้องและคำสั่งเอกสารหมาย

จ.1 แผ่นที่ 11 รวมเป็นค่าภาษีของปีภาษี 2535 และ 2536 เป็นเงิน 279,150 บาท โจทก์แจ้งคำชี้ขาดให้จำเลยที่ 1 ทราบแล้ว แต่จำเลยที่ 1 ไม่นำเงินค่าภาษีไปชำระแก่โจทก์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำชี้แจง จำเลยที่ 1 ค้างชำระค่าภาษีเกินกว่า 3 เดือน จึงต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 10 ของค่าภาษีค้างชำระ ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 43 คิดเป็นเงินเพิ่ม 27,915 บาท รวมกับค่าภาษีที่ค้างชำระจำนวน 279,150 บาท เป็นค่าภาษีรวม 307,065 บาท ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2544 จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพร้อมโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 และในวันเดียวกันจำเลยที่ 2 โอนที่ดินพร้อมโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 3 และวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2545 จำเลยที่ 3 โอนที่ดินพร้อมโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 4

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องร่วมรับผิดในหนี้ค่าภาษีค้างจำนวนดังกล่าวต่อโจทก์หรือไม่ ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ข้อกฎหมายว่า คำว่า เจ้าของคนเก่าและคนใหม่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 หมายถึง บุคคลที่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในขณะที่ยังมีภาษีค้างอยู่และยังไม่พ้นกำหนด 4 เดือน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาที่บัญญัติไว้ในมาตรา 38 เท่านั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดในหนี้ค่าภาษีค้างนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 45 บัญญัติว่า "ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นเจ้าของคนใหม่โดยเหตุใดๆ

ก็ตาม ท่านว่าเจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีนั้นร่วมกัน" เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมินจึงเป็นเงินภาษีค้างชำระ ต่อมาจำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 และในวันเดียวกันจำเลยที่ 2 โอนให้แก่จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 3 โอนให้แก่จำเลยที่ 4 เป็นทอดๆ ไป ดังนี้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงตกอยู่ฐานะเป็นเจ้าของคนเก่าและคนใหม่ อันต้องรับผิดในหนี้ค่าภาษีค้างร่วมกันกับจำเลยที่ 1 โดยมิพักต้องคำนึงว่า การโอนกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้มีขึ้นก่อนหรือภายหลังจากครบกำหนด 4 เดือน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาที่บัญญัติไว้ในมาตรา 38 อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000 แทนโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิระ โชติพงศ์ · ทองหล่อ โฉมงาม · ธนพจน์ อารยลักษณ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2541

ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2479 มาตรา 45กำหนดว่าถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใด ๆ ก็ตามเจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1996/2538

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 55บัญญัติให้เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่าภาษีค้างร่วมกัน เมื่อหนี้ค่าภาษีค้างเป็นหนี้ที่มีอยู่ก่อนจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าของคนใหม่รับโอนกรรมสิทธิ์ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11028/2558

ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 45 บัญญัติว่า "ถ้าค่าภาษีค้างอยู่และยังมิได้ชำระขณะเมื่อทรัพย์สินได้โอนกรรมสิทธิ์ไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใดๆ ก็ตาม เจ้าของคนเก่าและคนใหม่เป็นลูกหนี้ค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8699/2553

โจทก์ยินยอมให้จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินโดยมิได้ใช้อำนาจ ยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ซึ่งค้างชำระค่าภาษี ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 44 วรรคหนึ่ง และพ.ร.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2549

จำเลยได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเก็บภาษีสำหรับค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 จำเลยซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องนำค่าภาษีไปชำระภายใน 90 วัน นับแต่ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้