Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 852/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เอกสารหมาย จ.73 มีข้อความตอนต้นทางด้านหน้าว่า'แบบขอเปิดบัญชีฝากกระแสรายวัน' แต่มีข้อความตอนท้ายของด้านเดียวกันว่า ฯลฯ ข้าพเจ้า(จำเลย)ได้ทราบระเบียบการบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของธนาคารไทยพัฒนา จำกัด (โจทก์) ตามที่ระบุไว้ด้านหลังของแบบขอเปิดบัญชีและคำเตือนในสมุดเช็คแล้ว และตกลงรับที่จะปฏิบัติและยอมเข้าผูกพันตามระเบียบการดังกล่าวโดยตลอดฯลฯ' และมีข้อความในระเบียบการบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของธนาคารโจทก์ข้อ 11 ซึ่งอยู่ด้านหลังของเอกสารดังกล่าวว่า' ... ถ้าทางธนาคาร(โจทก์) ได้อนุมัติให้จ่ายตามเช็คที่สั่งจ่ายมากกว่าจำนวนเงินที่คงเหลืออยู่ในบัญชี...ผู้ฝากคงตกลงยินยอมรับผิดชดใช้ให้แก่ธนาคารจนครบถ้วนพร้อมด้วยดอกเบี้ยทบต้นตามประเพณีของธนาคารในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีอีกโสดหนึ่งด้วย' กับข้อ 20 ซึ่งอยู่ในด้านเดียวกันมีข้อความว่า 'เมื่อธนาคารได้ยินยอมเปิดบัญชีเงินฝากให้ผู้ฝากรายใดตามที่ขอมาแล้ว. เป็นอันถือว่าผู้ฝากรายนั้นได้ยอมรับปฏิบัติตามระเบียบการนี้โดยทุกประการ' จำเลยลงชื่อเป็นผู้ขอเปิดบัญชีในตอนท้ายของด้านหน้าแห่งเอกสารนี้ซึ่งมีข้อความในด้านนี้เกี่ยวข้องไปถึงข้อความทางด้านหลัง โดยใช้ข้อความว่า 'ข้าพเจ้าได้ทราบระเบียบการ ฯลฯตามที่ระบุไว้ด้านหลัง ฯลฯ ดีแล้ว และตกลงที่จะปฏิบัติและยอมเข้าผูกพันตามระเบียบดังกล่าวโดยตลอด ฯลฯ' แล้วมีข้อความที่ผู้ฝากตกลงยินยอมรับผิดชอบใช้เงินที่ธนาคารอนุมัติให้จ่ายตามเช็คที่สั่งจ่ายมากกว่าจำนวนเงินที่คงเหลือในบัญชีทั้งยอมปฏิบัติตามระเบียบด้านหลังเอกสารดังกล่าวเมื่อมีการตกลงกันเช่นนี้ เรียกได้ว่าเอกสารหมาย จ.73 เป็นสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีระหว่างธนาคารโจทก์และจำเลย ซึ่งโจทก์จำเลยต้องผูกพัน เมื่อจำเลยรับว่าเบิกเงินเกินบัญชีจำนวนเงิน 99,531.03 บาท ไปจากธนาคารโจทก์ และจำเลยยอมชำระดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ 15ต่อปีนับแต่วันฟ้อง จำเลยก็ต้องรับผิดชำระเงินและดอกเบี้ยดังกล่าวแก่โจทก์ตามฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ธนาคารโจทก์ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์รับฝากเงินและเปิดบัญชีเดินสะพัดกับลูกค้า จำเลยขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับโจทก์ จำเลยตกลงตามคำขอเปิดบัญชีเดินสะพัดกับโจทก์ว่า จำเลยเบิกเงินเกินบัญชีฝากเท่าใดจะชำระดอกเบี้ยทบต้นตามประเพณีของธนาคารในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ต่อมาระหว่างวันที่๑๔ มีนาคม ๒๕๐๔ ถึง ๒๘ ธันวาคม ๒๕๐๔ จำเลยสั่งจ่ายเช็คเบิกเงินจากธนาคารโจทก์เกินไปกว่าตามกระแสเดินสะพัด รวมทั้งดอกเบี้ยเป็นเงิน ๖๘,๙๙๑.๐๓ บาท จนถึงวันฟ้อง ยอดหนี้เพิ่มขึ้นด้วยดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๙๙,๕๓๑.๐๓ บาท ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยทบต้นนับแต่วันฟ้อง ฯลฯ

จำเลยให้การว่า ไม่ได้ตกลงเบิกเงินเกินบัญชี ไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร เงินที่เรียกคืนตกอยู่ในลักษณะลาภมิควรได้คดีโจทก์ขาดอายุความ ฯลฯ ระหว่างนัดสืบพยานจำเลย จำเลยแถลงขอสละข้อต่อสู้ที่ให้การไว้ขอให้วินิจฉัยชี้ขาดคดีเพียงข้อเดียวว่า การที่จำเลยเบิกเงินเกินบัญชีไปเป็นจำนวนเงินตามฟ้อง จำเลยจะต้องรับผิดหรือไม่ ฯลฯโจทก์จำเลยไม่สืบพยานต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ในประเด็นที่ว่า เอกสารหมาย จ.๗๓ เป็นสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีหรือไม่นั้น จำเลยฎีกาว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงแบบขอเปิดบัญชีฝากเงินรายวัน ซึ่งจำเลยได้ทำยื่นต่อธนาคารไทยพัฒนาจำกัด โจทก์ซึ่งมีวัตถุประสงค์เฉพาะเรื่องการฝากและถอนเงินฝากไว้ต่อธนาคารเท่านั้นเอง ฯลฯ แต่จะให้หมายเลยไปถึงว่าลูกค้ากับธนาคารได้ตกลงทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีไว้เป็นการล่วงหน้าก็หาเป็นไปเช่นนั้นไม่ ฯลฯ

ศาลฎีกาเห็นว่า จริงอยู่เอกสารดังกล่าวมีข้อความตอนต้นของด้านหน้าว่า "แบบขอเปิดบัญชีฝากกระแสรายวัน" แต่มีข้อความตอนท้ายของด้านเดียวกันนั้นว่า "ฯลฯ ข้าพเจ้าได้ทราบระเบียบการบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของธนาคารไทยพัฒนาจำกัดตามที่ระบุไว้ด้านหลังของแบบขอเปิดบัญชีนี้ และคำเตือนในสมุดเช็คแล้ว และตกลงรับที่จะปฏิบัติและยอมเข้าผูกพันตามระเบียบการดังกล่าวโดยตลอดฯลฯ" และมีข้อความในระเบียบการบัญชีฝากกระแสรายวันของธนาคารโจทก์ข้อ ๑๑ ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของเอกสารดังกล่าวนั้นว่า"ถ้าบัญชีเงินฝากของผู้ฝากมีเงินไม่พอจ่ายตามเช็ค ธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินโดยสิ้นเชิง และในกรณีที่เงินในบัญชีเงินฝากมีไม่พอจ่ายตามเช็คหลายฉบับที่นำมาขึ้นเงินพร้อม

ๆ กัน ธนาคารออกจ่ายเงินให้ตามเช็คฉบับใดก็ได้ ตามที่เห็นสมควร อย่างไรก็ดีถ้าทางธนาคารได้อนุมัติให้จ่ายตามเช็คที่สั่งจ่ายมากกว่าจำนวนเงินที่คงเหลืออยู่ในบัญชี โดยจะได้แจ้งให้ผู้ฝากทราบหรือไม่ก็ตาม ผู้ฝากคงตกลงยินยอมรับผิดชอบชดใช้ให้แก่ธนาคารจนครบถ้วนพร้อมด้วยดอกเบี้ยทบต้นตามประเพณีของธนาคารในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีอีกโสดหนึ่งด้วย" กับข้อ ๒๐ ซึ่งอยู่ในด้านเดียวกันนี้มีข้อความว่า"เมื่อธนาคารได้ยินยอมเปิดบัญชีเงินฝากให้ผู้ฝากรายใดตามที่ขอมาแล้วเป็นอันถือว่าผู้ฝากรายนั้นได้ยอมรับปฏิบัติตามระเบียบการนี้โดยทุกประการ" จำเลยได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้ขอเปิดบัญชีไว้ในตอนท้ายของด้านหน้าแห่งเอกสารนี้ ซึ่งมีข้อความในด้านนี้เกี่ยวโยงไปถึงข้อความทางด้านหลังโดยใช้ข้อความว่า

"ข้าพเจ้าได้ทราบระเบียบการ ฯลฯ ตามที่ระบุไว้ด้านหลัง ฯลฯ ดีแล้วและตกลงรับที่จะปฏิบัติและยอมเข้าผูกพันตามระเบียบดังกล่าวโดยตลอด ฯลฯ" แล้วมีข้อความที่ผู้ฝากตกลงยินยอมรับผิดชอบชดใช้เงินที่ธนาคารอนุมัติให้จ่ายตามเช็คที่สั่งจ่ายมากกว่าจำนวนเงินที่คงเหลือในบัญชี ทั้งยอมปฏิบัติตามระเบียบดังปรากฏในข้อ๑๑, ๑๒ ของระเบียบทางด้านหลังเอกสารนั้นดังกล่าวแล้ว เมื่อมีการตกลงกันเช่นนี้ก็ย่อมเรียกได้ว่าเอกสารหมาย จ.๗๓ เป็นสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีระหว่างธนาคารโจทก์และจำเลยอยู่ในตัวซึ่งโจทก์จำเลยจะต้องผูกพันปฏิบัติตามข้อตกลงกันดังกล่าว เมื่อจำเลยรับว่าได้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นจำนวนเงิน ๙๙,๕๓๑.๐๓ บาท ไปจากธนาคารโจทก์ตามฟ้อง และจำเลยยอมชำระดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ ๑๕ ต่อปีนับแต่วันฟ้องด้วย จำเลยก็ต้องรับผิดชำระเงินและดอกเบี้ยดังกล่าวแก่โจทก์ตามฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ลออง จุลกะเศียน · สวิง ลัดพลี · ชลัม รุทระวณิช
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเฉลิม กรทุกกะณะ
ศาลอุทธรณ์ - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้