Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2506 (เลขอ้างอิง 84497)

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยปลอมหนังสือในหน้าที่ตนมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 229 มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิด แต่เมื่อประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3 ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด จึงต้องใช้มาตรา 161 แห่งประมวลกฎหมายอาญาเป็นบทลงโทษและในบทความผิดที่จะใช้แก่จำเลยนี้ไม่มีอัตราโทษจำคุกอย่างต่ำไว้ เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องฟังพยานโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องจำเลยเป็น ๓ สำนวน ศาลรวมพิจารณา ได้ความว่า

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทุจริตต่อหน้าที่ ยักยอกทรัพย์ และปลอมหนังสือ ระหว่างตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๐ ถึง ปลาย พ.ศ.๒๔๙๙ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา +,+,+ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พงศ.๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) มาตรา ๓ (ฉบับที่ ๕) มาตรา ๓ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗,๑๖๑,๒๖๖ และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๓ ขอให้นับโทษต่อ และขอให้คืนหรือใช้เงิน ๕๐,๑๘๓.+๓ บาท

จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง คู่ความต่างแถลงไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยทำผิดจริง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง แต่ในวางโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา +++,๒๒๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑ ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยและให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๓๑ ซึ่งเป็นกระทงหนักกระทงเดียว ลดรับสารภาพกึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ ให้นับโทษต่อและให้คืนหรือใช้เงิน

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า ข้อหาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๒๙ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ.๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๕) มาตรา ๓ มีกำหนดโทษคั่นต่ำตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไป เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน จะลงโทษจำเลยไม่ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อหาปลอมหนังสือในหน้าที่ของตนตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๒๙ ที่จำเลยฎีกานั้นเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิด แตกต่างกันประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๖๑ ที่ใช้ในภายหลัง โดยมีอัตราโทษแตกต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓ ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด ฉะนั้น ในความผิดนี้จึงต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๖๑ เป็นบทลงโทษ ในบทความผิดที่จะใช้แก่จำเลยนี้ไม่มีอัตราโทษจำคุกอย่างต่ำไว้ ส่วนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา+ที่จำเลยฎีกากำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้เพียง ๑ ปี เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องฟังพยานโจทก์.

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2506 (เลขอ้างอิง 43103)

จำเลยปลอมหนังสือในหน้าที่ตน มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 229 มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำผิด แต่เมื่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1303/2503

ในความผิดฐานเจ้าพนักงานปลอมหนังสือแม้กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 229 และ 230 กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไปจนถึง 10 ปี ก็จริง แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 กำหนดโทษว่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีซึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5492/2567

จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์สืบพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นฟังพยานโจทก์ว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายโดยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2567

แม้โจทก์ฟ้องว่า ปืนแบลงค์กันของกลางเป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงทำอันตรายแก่ร่างกายได้ และจำเลยให้การรับสารภาพ และศาลอาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้