Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดฐานชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี นั้น ผู้กระทำผิดจะต้องเป็นผู้นำเอาพาหนะมาใช้ในการกระทำผิด โดยผู้กระทำผิดเป็นฝ่ายนำยานพาหนะมาใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชญากรรมชิงทรัพย์นั้นเอง หรือมิฉะนั้นก็ได้ใช้ยานพาหนะที่นำมานั้นพาทรัพย์ที่ตนชิงมาได้นั้นไป หรือได้ใช้ยานพาหนะนั้นพาตนให้พ้นการจับกุม การที่จำเลยชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์และพารถจักรยานยนต์นั้นไป ไม่เป็นการชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะพาทรัพย์นั้นไปตามความหมายของ มาตรา 340 ตรี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 340 ป.อ. มาตรา 339 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 มาตรา 14 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 มาตรา 15

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องใจความว่า จำเลยมีมีดพกปลายแหลมและเหล็กขูดชาฟท์เป็นอาวุธติดตัวร่วมกันลักเอารถจักรยานยนต์ ๑ คัน ของห้างหุ้นส่วนจำกัดสุเทพยานยนต์ซึ่งอยู่ในความดูแลครอบครองรักษาของนายผวน โสวสด ไปโดยเจตนาทุจริต โดยจำเลยได้ร่วมกันใช้มีดพกปลายแหลมและเหล็กขูดชาฟท์ ทำร้ายร่างกายนายผวน หลายทีโดยเจตนาฆ่า และเพื่อให้เป็นความสะดวกในการลักเอาทรัพย์ พาเอาทรัพย์ และเพื่อยึดถือเอาทรัพย์ดังกล่าวไว้ ซึ่งจำเลยได้ร่วมกันลงมือฆ่านายผวนไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผลสำเร็จ นายผวนไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย แต่เป็นเหตุให้นายผวนได้รับอันตรายแก่กายถึงบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๓๔๐ ตรี, ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐, ๘๓, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒, ๑๔, ๑๕ และให้ริบมีดพกปลายแหลมของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรค ๕, ๒๙๗, ๘๓, ๙๐ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔ แต่เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรค ๕, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๔ ข้อ ๑๔ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุกจำเลยคนละ ๑๕ ปี ลดโทษตามมาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ ๗ ปี ๖ เดือน มีดของกลางริบ คำขออื่น ๆ ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ตรี ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๕

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จะลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่โจทก์ฎีกาได้จะต้องได้ความว่าจำเลยได้ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม กล่าวคือ ผู้กระทำผิดจะต้องเป็นผู้นำเอายานพาหนะมาใช้ในการกระทำผิด โดยผู้กระทำผิดเป็นฝ่ายนำยานพาหนะมาใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชญกรรมชิงทรัพย์นั้นเอง หรือมิฉะนั้นก็ได้ใช้ยานพาหนะที่นำมานั้นพาทรัพย์ที่ตนชิงมาได้นั้นไป หรือได้ใช้ยานพาหนะนั้นพาตนให้พ้นการจับกุม หาใช่ว่าหากจำเลยชิงทรพัย์รถจักรยานยนต์และพารถจักรยานยนต์นั้นไปแล้วจะเป็นการชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะนั้นไปตามความหมายที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ตรี ดังที่โจทก์ฎีกาไม่

เพราะความที่ว่า ".........หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม" ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๔๐ ตรี นั้น ต้องอ่านประกอบกับความที่ว่า "โดยใช้ยานพาหนะเพื่อ............" ซึ่งเมื่ออ่านประกอบกันแล้วจะได้ความว่า ใช้ยานพาหนะเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือใช้ยานพาหนะเพื่อให้พ้นการจับกุม หาใช่ความแต่ละตอนเป็นอิสระไม่เกี่ยวข้องกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ดังนั้น คำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายมาและข้อเท็จจริงที่ได้ความ จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ตรี ซึ่งได้เพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๕ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิสัณห์ ลีตเวทย์ · บัญญัติ สุชีวะ · สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดระยอง - นายปรีดี รุ่งวิสัย
ศาลอุทธรณ์ - นายสุทธิ บัวแก้ว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2519

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีก 4 คน ร่วมกันมีปืนเป็นอาวุธทำการปล้นทรัพย์ ได้ความว่าจำเลยที่ 2 มิได้มีอาวุธอะไรเลย และจำเลยที่ 1 มีเพียงมีดปลายแหลมอย่างเดียวเท่านั้น คนร้ายที่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2568

ในการชิงทรัพย์จำเลยสวมหมวกนิรภัย ทั้งเมื่อพิจารณาภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุปรากฏว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก โดยจำเลยมิได้สวมหมวกนิรภัย แต่ช่วงเวลาที่จำเลยก่อเหตุชิงทรัพย์คดีนี้แล้วหล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1513/2562

จำเลยขับรถจักรยานยนต์ติดตามผู้เสียหายมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ไปจอดที่ลานจอดรถในมหาวิทยาลัย น. ผู้เสียหายยังไม่ได้ลงจากรถ จำเลยเดินมาจากด้านหลังของผู้เสียหายแล้วถามผู้เสียหายว่ามีเงิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้