คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสอง มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๖๓, ๑๓๒, ๒๒๒, ๒๒๔, ๒๒๕, ๒๒๙, ๒๓๐, ๓๐๔ พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๘ ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๑๕๑, ๑๖๑, ๑๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖, ๒๖๘, ๓๔๑ แต่ให้ลงโทษจำเลยตามบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยยิ่งกว่ากฎหมายลักษณะอาญา ให้จำคุกจำเลยคนละ ๖ ปี ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๖๖ ประกอบด้วย มาตรา ๓ และ ๙๑ ลดโทษนายสมรวยกึ่งหนึ่ง นายชาญชัยจำเลย ๑ ใน ๓ คงจำคุกนายสมรวย ๓ ปี นายชาญชัย ๔ ปี และใช้เงินแก่การรถไฟด้วย นายชาญชัยจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เฉพาะบทลงโทษให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๓๐ ส่วนกำหนดโทษ การลดโทษ และการใช้ทรัพย์ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น นายชาญชัยจำเลยฎีกาว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ มีส่วนมีคุณแก่จำเลย อันควรนำมาปรับบทลงโทษจำเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลจะใช้ดุลยพินิจกำหนดโทษจำเลยมากน้อยเท่าใด ก็ชอบที่จะปรับบทเสียก่อนว่า ควรต้องโทษจำเลยด้วยบทมาตราใด ปรับบทตามกฎหมายแล้วจึงให้ดุลยพินิจกำหนดโทษได้ภายในอัตราโทษที่บัญญัติไว้ในบทมาตรานั้น ๆ อัตราโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๓๐ สูงกว่าอัตราโทษที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ โดยศาลอาจจะวางโทษจำคุกตาม มาตรา ๒๓๐ ได้ถึง ๑๐ ปีและ วางโทษต่ำกว่า ๕ ปี ก็ไม่ได้ด้วย ถ้าวางโทษตาม มาตรา ๑๖๒ จะวางได้เพียง ๗ ปี เป็นอย่างสูง และไม่มีโทษขั้นต่ำด้วย มาตรา ๑๖๒ จึงมีส่วนเป็นคุณแก่จำเลย และโดยเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี ย่อมมีผลถึงนายสมรวยจำเลย ซึ่งมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมา ส่วนกำหนดโทษและลดโทษคงวางเท่าเดิม
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ นอกนั้นยืนตาม