Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2508 (เลขอ้างอิง 64604)

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,268 ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก2 ปี 6 เดือน ตามมาตรา 268 อันเป็นบทหนักศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 341 บทเดียว ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ยกฟ้อง ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ จำเลยที่ 1 ความผิดของจำเลยที่ 1 ตาม มาตรา 341 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความกันได้จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) แต่โดยที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนั้นความผิดตามมาตรา 268 จึงยังคงอยู่ซึ่งศาลจะต้อง พิจารณาต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 504/2508พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นางฟู จรกา กับพวกจำเลยผู้เสียหายจำเลยนางสาวดุษฎี ตุงคะมณีจำเลย ป.วิ.อ. ม. 35, ม. 39 (4)คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,268 ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก2 ปี 6 เดือน ตามมาตรา 268 อันเป็นบทหนักศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 341 บทเดียว ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ยกฟ้อง ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ จำเลยที่ 1 ความผิดของจำเลยที่ 1 ตาม มาตรา 341 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความกันได้จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) แต่โดยที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนั้นความผิดตามมาตรา 268 จึงยังคงอยู่ซึ่งศาลจะต้อง พิจารณาต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์ · วงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4022/2558

ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตาม ป.อ. มาตรา 343 มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว โจทก์จึงไม่อาจถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรรคแรก สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงไม่ระงับไปตาม ป.วิ.อ มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5262/2552

คดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวและยังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ แม้ปรากฏว่าผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ก่อนจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา แต่ก็ยังอยู่ในระยะเวลายื่นคำร้องอุทธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8832/2547

ความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 136 เป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความกันได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7321/2544

คดีอาญาที่เป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์จะถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) การ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2114/2539

คดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวโจทก์จะถอนฟ้องในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้เมื่อจำเลยไม่คัดค้านศาลฎีกาอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา39(2)ศาลฎ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้