Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6383/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้และลูกหนี้หนี้เดิมเป็นอันระงับ หนี้ใหม่เป็นหนี้เงิน จำเลยย่อมจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ได้ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยจำนองที่ดินเพื่อประกันหนี้เงินกู้ตามฟ้องหรือไม่ แล้ววินิจฉัยว่าหนี้ระหว่างโจทก์จำเลยเกิดขึ้นจากการแปลงหนี้ใหม่ สัญญาจำนองจึงมีผลบังคับได้นั้น หาใช่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่เพราะการวินิจฉัยถึงการแปลงหนี้ใหม่ก็เพื่อให้ทราบถึงที่มาแห่งหนี้ของโจทก์จำเลยให้ชัดขึ้นเท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 6606ไว้กับโจทก์เพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินจำนวน 328,847 บาทพร้อมดอกเบี้ย กำหนดไถ่คืนภายใน 1 ปี โดยหนี้ดังกล่าวเกิดจากการแปลงหนี้สัญญาเช่าซื้อ ครบกำหนดจำเลยไม่ชำระโจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว ขอให้จำเลยชำระหนี้หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินจำนองออกขายทอดตลาดจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์สัญญาจำนองเป็นโมฆะศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 337,068.17 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 328,847 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระก็ให้บังคับจำนองยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 6606 ออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยคดีนอกประเด็นหรือไม่ เห็นว่าการทำสัญญาแปลงหนี้ใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349ถือว่าหนี้เดิมได้ระงับไปแล้วด้วยการแปลงหนี้ใหม่ และมีหนี้ใหม่เกิดขึ้นแทน โจทก์มีสิทธิที่จะบังคับเอาจากจำเลยตามหนี้ใหม่ที่เกิดขึ้นเพราะสัญญาแปลงหนี้ หนี้ใหม่เป็นหนี้เงิน จำเลยย่อมจำนองที่ดินเพื่อเป็นประกันหนี้ได้ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นในการชี้สองสถานว่า จำเลยได้จดทะเบียนจำนองที่ดินเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินจำนวน 328,847 บาท ตามฟ้องหรือไม่ แล้วศาลล่างทั้งสองได้กำหนดประเด็นตอนวินิจฉัยว่า หนี้ตามสัญญาจำนองเป็นหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้ใหม่ หรือเป็นหนี้เงินกู้ที่จำเลยกู้ยืมจากโจทก์แต่ไม่ได้รับเงิน แล้ววินิจฉัยว่า

หนี้ระหว่างโจทก์จำเลยเกิดขึ้นจากการแปลงหนี้ใหม่ สัญญาจำนองจึงมีผลบังคับได้นั้น หาใช่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่ การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยถึงการแปลงหนี้ใหม่ ก็เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่มาแห่งหนี้ระหว่างโจทก์และจำเลยให้ชัดขึ้นเท่านั้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2549

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้ยืมเงินไปจากโจทก์โดยจำนองที่ดินพิพาทเป็นประกันการกู้ยืม จำเลยให้การว่าไม่ได้กู้ยืมเงินโจทก์ แต่จำนองที่ดินพิพาทประกันหนี้ของ ส. บุตรชายจำเลย ดังนี้เป็นการต่อสู้ว่าไม่มีหนี้ตามสัญญา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2528

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงประเด็นเดียวว่าหนังสือสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาปลอมหรือไม่ดังนี้เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าหนังสือสัญญากู้ดังกล่าวไม่ใช่สัญญาปลอมแล้วจะวินิจฉัยว่าเป็นการแปลงหนี้ให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2521

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันทำการจัดสรรที่ดินให้โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ แล้วจำเลยทั้งสามประพฤติผิดสัญญาโดยไม่จัดการทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินของโจทก์และที่ดินที่จำเลยร่วมก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3881/2568

หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2562

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้