Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงประเด็นเดียวว่าหนังสือสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาปลอมหรือไม่ดังนี้เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าหนังสือสัญญากู้ดังกล่าวไม่ใช่สัญญาปลอมแล้วจะวินิจฉัยว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่หนี้ตามสัญญากู้ไม่สมบูรณ์เพราะไม่ระบุจำนวนเงินโจทก์นำพยานบุคคลมาสืบเพิ่มเติมข้อความในสัญญากู้ต้องห้ามไม่ให้รับฟังหาได้ไม่เพราะเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยร่วมกันเช่าซื้อรถยนต์ ต่อมาได้ตกลงกันให้จำเลยเอารถยนต์ไว้และส่งค่าเช่าซื้อต่อไปแต่ผู้เดียว โดยจำเลยทำสัญญาจะใช้เงินที่โจทก์ออกไปคืนให้แก่โจทก์ แต่แล้วจำเลยไม่ชำระ จึงขอให้ศาลพิพากษาและบังคับจำเลยให้การว่า โจทก์ให้จำเลยลงชื่อไว้ในแบบพิมพ์สัญญากู้เงินโดยยังไม่ได้กรอกข้อความใด ๆ เพื่อจะได้มีหลักฐานฟ้องจำเลยในเงินที่ได้ร่วมลงทุนความจริงไม่มีการกู้ยืมเงินและไม่มีข้อตกลงใช้เงินต่อกับ แต่โจทก์เห็นว่ากิจการขาดทุนอยากได้เงินที่ลงทุนคืน จึงกรอกข้อความในสัญญาดังกล่าวนำมาฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าหนังสือสัญญาที่โจทกืนำมาฟ้องมิใช่สัญญาปลอมแต่เป็นการแปลงหนี้จากการเข้าหุ้นส่วนเช่าซื้อรถยนต์ซึ่งจำเลยจะต้องคืนเงินให้โจทก์เป็นว่าจำเลยกู้เงินโจทก์

สัญญากู้ไม่ได้เขียนจำนวนเงินที่กู้ โจทก์จะนำพยานบุคคลมาสืบเพิ่มเติมข้อความในสัญญาไม่ได้ หนี้ตามสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ ไม่อาจบังคับกันได้ พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามข้อฎีกาของโจทก์มีว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีนอกประเด็นหรือไม่เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงประเด็นเดียวว่า หนังสือสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาปลอมหรือไม่ ประเด็นดังกล่าวศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์จำเลยได้เข้าหุ้นส่วนกันเช่าซื้อรถยนต์มาแล่นรับส่งคนโดยสาร โดยโจทก์จำเลยออกเงินค่าเช่าซื้องวดแรกคนละครึ่ง ต่อมาอีกประมาณ1 เดือน จำเลยไปทำสัญญาเช่าซื้อกับนายอภิชัย พงษ์พนาพิพัฒน์ ผู้ให้เช่าซื้อใหม่ เป็นว่าจำเลยเช่าซื้อคนเดียวและจำเลยตกลงจะคืนเงินค่าเช่าซื้อที่โจทก์ออกไปจำนวน22,250 บาทให้โจทก์ แต่จำเลยไม่มีเงินให้โจทก์ จึงได้มีการทำสัญญากู้เงินเอกสารหมายจ.1 กันไว้ หนังสือสัญญาดังกล่าวจึงไม่ใช่สัญญาปลอม

เมื่อฟังว่าหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.1 ไม่ใช่สัญญาปลอม ข้อต่อสู้ของจำเลยก็เป็นอันตกไป ไม่มีประเด็นจะต้องวินิจฉัยว่าการทำสัญญากู้ฉบับนี้เป็นการแปลงหนี้ใหม่ และหนี้ที่แปลงมานั้นสมบูรณ์ มีผลใช้บังคับได้หรือไม่เพราะนอกจากจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้แล้ว ศาลชั้นต้นยังไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ด้วย ทั้งเห็นว่า การฟ้องเลิกห้างหุ้นส่วนไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีเอกสารมาแสดงที่โจทก์อ้างหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1เป้นพยานก็เพื่อเป็นหลักฐานประกอบให้เห็นว่าโจทก์จำเลยได้เลิกหุ้นส่วนกันและจำเลยตกลงจะชำระเงินค่าหุ้นให้แก่โจทก์เท่านั้นเมื่อฟังว่าหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1ไม่ใช่สัญญาปลอม ก็ต้องฟังว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงเลิกหุ้นส่วนเช่าซื้อรถยนต์และจำเลยตกลงจะคืนเงินค่าหุ้นจำนวน 22,250 บาทให้โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการทำสัญญากู้เอกสารหมาย

จ.1 เ ป็นการแปลงหนี้ใหม่หนี้ตามสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ เพราะไม่ระบุจำนวนเงิน และเห็นว่าโจทก์นำพยานบุคคลมาสืบเพิ่มเติมข้อความในสัญญากู้ต้องห้ามไม่ให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ เป็นการไม่ชอบ จำเลยต้องชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้องพิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสรี แสงศิลป์ · ทวี กสิยพงศ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2521

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันทำการจัดสรรที่ดินให้โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ แล้วจำเลยทั้งสามประพฤติผิดสัญญาโดยไม่จัดการทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินของโจทก์และที่ดินที่จำเลยร่วมก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2549

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้ยืมเงินไปจากโจทก์โดยจำนองที่ดินพิพาทเป็นประกันการกู้ยืม จำเลยให้การว่าไม่ได้กู้ยืมเงินโจทก์ แต่จำนองที่ดินพิพาทประกันหนี้ของ ส. บุตรชายจำเลย ดังนี้เป็นการต่อสู้ว่าไม่มีหนี้ตามสัญญา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4979/2545

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทโดยซื้อจากจำเลยแล้วจำเลยทำสัญญาเช่า แต่จำเลยไม่ชำระค่าเช่าจึงบอกเลิกการเช่า ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่าและส่งมอบที่พิพาทคืน จำเลยให้การตอนแรกว่า ไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4902/2545

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า โจทก์เป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทตามฟ้องหรือไม่ ในการวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวศาลต้องพิจารณาคำฟ้องและคำให้การด้วยว่า ที่โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของรวมนั้นอ้างโดยอาศัยเห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้