Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นพนักงานทำหน้าที่เหรัญญิกและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของโจทก์ร่วม จำเลยรับเงินจำนวน 20,000 บาท จาก ท. ซึ่งนำมาวางค้ำประกันการเข้าทำงานกับโจทก์ร่วม แต่จำเลยนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ส่วนตัวโดยไม่นำเข้าบัญชีของโจทก์ร่วมตามคำสั่งของส.หุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์ร่วมเมื่อส. สอบถามจำเลยจำเลยก็แจ้งให้ทราบว่าขอเอาไปใช้ก่อนเพราะครอบครัวเดือดร้อนและจะนำมาคืนให้สิ้นเดือนมีนาคม 2532 ส. มิได้ดำเนินการอะไรเมื่อถึงกำหนดจำเลยผิดนัด ส. ก็ยังกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินมาคืนภายในวันที่ 29 เมษายน 2532 ครั้งถึงกำหนดจำเลยยังไม่นำเงินมาคืนอีกและจะออกจากงาน ส. ก็ขอร้องให้จำเลยทำงานต่อไปจนกระทั่งวันที่ 2 พฤษภาคม 2532 จำเลยไม่มาทำงาน ในวันที่ 13มิถุนายน 2532 ส. จึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ตามพฤติการณ์จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ร่วมยินยอมให้จำเลยนำเงินจำนวน 20,000 บาทไปใช้ก่อนแล้วเอามาคืนให้ครบจำนวนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้การที่จำเลยผิดนัดไม่นำเงินมาคืนให้โจทก์ร่วมและต่อสู้ว่าไม่ได้เอาเงินจำนวนดังกล่าวไป ก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตที่จะยักยอกเงินของโจทก์ร่วม จึงเป็นเรื่องที่จะกล่าวกันทางแพ่งไม่เป็นความผิดอาญาฐานยักยอก ดังนี้ พนักงานอัยการจึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกเงินจำนวน 20,000 บาท คืนให้ผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2532 เวลากลางวันจำเลยซึ่งเป็นพนักงานทำหน้าที่เหรัญญิกและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.เซ็นเตอร์คอนสตรัคชั่นอิมปอร์ตเอ็กซ์ปอร์ต ผู้เสียหาย ได้รับเงินค่ามัดจำค้ำประกันการเข้าทำงานจากผู้สมัครเข้าทำงานกับผู้เสียหาย เป็นเงิน20,000 บาท ไว้ในความครอบครองแทนผู้เสียหาย ครั้นระหว่างวันที่27 มีนาคม 2532 เวลากลางวันต่อเนื่องกันวันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยได้เบียดบังเอาเงินดังกล่าวของผู้เสียหายเป็นของตนโดยเจตนาทุจริต เหตุเกิดที่แขวงคลองถนน เขตบางเขน กรุงเทพมหานครขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และได้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 20,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณานางสาวสกุลตลา บำรุงราษฎร์ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำคุก 2 เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 20,000บาท แก่ผู้เสียหายด้วยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน20,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยนำเงินจำนวน 20,000 บาทไปใช้ส่วนตัว โดยไม่นำเข้าบัญชีของโจทก์ร่วมตามคำสั่งของนางสาวสกุลตลาหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์ร่วมนี้ เมื่อนางสาวสกุลตลาสอบถามจำเลย จำเลยก็แจ้งให้ทราบว่าขอเอาไปใช้ก่อนเพราะครอบครัวเดือดร้อนและจะนำมาคืนให้สิ้นเดือนมีนาคม 2532 ซึ่งนางสาวสกุลตลามิได้ดำเนินการอะไร เมื่อถึงกำหนดดังกล่าวจำเลยผิดนัด นางสาวสกุลตลาก็ยังกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินมาคืนภายในวันที่ 29 เมษายน 2532 ครั้นถึงกำหนดจำเลยยังไม่นำเงินมาคืนอีกและจะออกจากงานนางสาวสกุลตลาก็ขอร้องให้จำเลยทำงานต่อไปจนกระทั่งวันที่ 2 พฤษภาคม 2532 จำเลยไม่มาทำงาน ในวันที่13 มิถุนายน 2532 จึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนนางสาวสกุลตลาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ร่วม ตามพฤติการณ์จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ร่วมยินยอมให้จำเลยนำเงินจำนวน20,000 บาท

ไปใช้ก่อนแล้วเอามาคืนให้ครบจำนวนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ การที่จำเลยผิดนัดไม่นำเงินมาคืนให้โจทก์ร่วม และต่อสู้ว่าไม่ได้เอาเงินจำนวนดังกล่าวไป ก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตที่จะยักยอกเงินของโจทก์ร่วม จึงเป็นเรื่องที่จะว่ากล่าวกันทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดอาญาฐานยักยอก ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้นแต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน20,000 บาท แก่ผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) ด้วยนั้นเป็นเรื่องที่จะว่ากล่าวกันทางแพ่ง จึงกลายเป็นคดีแพ่งล้วน ๆ หาใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องคดีอาญาไม่ ดังนี้ พนักงานอัยการจึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกเงินเช่นนี้แทนผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) เสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้