Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 623/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นพนักงานทำหน้าที่เหรัญญิกและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของโจทก์ร่วม จำเลยรับเงินจำนวน 20,000 บาท จาก ท. ซึ่งนำมาวางค้ำประกันการเข้าทำงานกับโจทก์ร่วม แต่จำเลยนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ส่วนตัวโดยไม่นำเข้าบัญชีของโจทก์ร่วมตามคำสั่งของส.หุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์ร่วมเมื่อส. สอบถามจำเลยจำเลยก็แจ้งให้ทราบว่าขอเอาไปใช้ก่อนเพราะครอบครัวเดือดร้อนและจะนำมาคืนให้สิ้นเดือนมีนาคม 2532 ส. มิได้ดำเนินการอะไรเมื่อถึงกำหนดจำเลยผิดนัด ส. ก็ยังกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินมาคืนภายในวันที่ 29 เมษายน 2532 ครั้งถึงกำหนดจำเลยยังไม่นำเงินมาคืนอีกและจะออกจากงาน ส. ก็ขอร้องให้จำเลยทำงานต่อไปจนกระทั่งวันที่ 2 พฤษภาคม 2532 จำเลยไม่มาทำงาน ในวันที่ 13มิถุนายน 2532 ส. จึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ตามพฤติการณ์จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ร่วมยินยอมให้จำเลยนำเงินจำนวน 20,000 บาทไปใช้ก่อนแล้วเอามาคืนให้ครบจำนวนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้การที่จำเลยผิดนัดไม่นำเงินมาคืนให้โจทก์ร่วมและต่อสู้ว่าไม่ได้เอาเงินจำนวนดังกล่าวไป ก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตที่จะยักยอกเงินของโจทก์ร่วม จึงเป็นเรื่องที่จะกล่าวกันทางแพ่งไม่เป็นความผิดอาญาฐานยักยอก ดังนี้ พนักงานอัยการจึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกเงินจำนวน 20,000 บาท คืนให้ผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2532 เวลากลางวันจำเลยซึ่งเป็นพนักงานทำหน้าที่เหรัญญิกและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.เซ็นเตอร์คอนสตรัคชั่นอิมปอร์ตเอ็กซ์ปอร์ต ผู้เสียหาย ได้รับเงินค่ามัดจำค้ำประกันการเข้าทำงานจากผู้สมัครเข้าทำงานกับผู้เสียหาย เป็นเงิน20,000 บาท ไว้ในความครอบครองแทนผู้เสียหาย ครั้นระหว่างวันที่27 มีนาคม 2532 เวลากลางวันต่อเนื่องกันวันเวลาใดไม่ปรากฏชัดจำเลยได้เบียดบังเอาเงินดังกล่าวของผู้เสียหายเป็นของตนโดยเจตนาทุจริต เหตุเกิดที่แขวงคลองถนน เขตบางเขน กรุงเทพมหานครขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และได้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 20,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณานางสาวสกุลตลา บำรุงราษฎร์ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำคุก 2 เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 20,000บาท แก่ผู้เสียหายด้วยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน20,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยนำเงินจำนวน 20,000 บาทไปใช้ส่วนตัว โดยไม่นำเข้าบัญชีของโจทก์ร่วมตามคำสั่งของนางสาวสกุลตลาหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์ร่วมนี้ เมื่อนางสาวสกุลตลาสอบถามจำเลย จำเลยก็แจ้งให้ทราบว่าขอเอาไปใช้ก่อนเพราะครอบครัวเดือดร้อนและจะนำมาคืนให้สิ้นเดือนมีนาคม 2532 ซึ่งนางสาวสกุลตลามิได้ดำเนินการอะไร เมื่อถึงกำหนดดังกล่าวจำเลยผิดนัด นางสาวสกุลตลาก็ยังกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินมาคืนภายในวันที่ 29 เมษายน 2532 ครั้นถึงกำหนดจำเลยยังไม่นำเงินมาคืนอีกและจะออกจากงานนางสาวสกุลตลาก็ขอร้องให้จำเลยทำงานต่อไปจนกระทั่งวันที่ 2 พฤษภาคม 2532 จำเลยไม่มาทำงาน ในวันที่13 มิถุนายน 2532 จึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนนางสาวสกุลตลาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ร่วม ตามพฤติการณ์จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ร่วมยินยอมให้จำเลยนำเงินจำนวน20,000 บาท

ไปใช้ก่อนแล้วเอามาคืนให้ครบจำนวนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ การที่จำเลยผิดนัดไม่นำเงินมาคืนให้โจทก์ร่วม และต่อสู้ว่าไม่ได้เอาเงินจำนวนดังกล่าวไป ก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตที่จะยักยอกเงินของโจทก์ร่วม จึงเป็นเรื่องที่จะว่ากล่าวกันทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดอาญาฐานยักยอก ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้นแต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน20,000 บาท แก่ผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) ด้วยนั้นเป็นเรื่องที่จะว่ากล่าวกันทางแพ่ง จึงกลายเป็นคดีแพ่งล้วน ๆ หาใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องคดีอาญาไม่ ดังนี้ พนักงานอัยการจึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกเงินเช่นนี้แทนผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) เสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up