Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 62000)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ศาลชั้นต้นมิได้ให้เหตุผลว่า เหตุใดฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186(6) และมาตรา 223และฎีกาของจำเลยก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระแก่คดี และเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 16 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์พ.ศ. 2522 มาตรา 28,29,30,35,36,57,70,75 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91 ฯลฯ ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนฯ พ.ศ. 2522 มาตรา 75ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดและเป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 110 กระทง รวมจำคุก 110 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 55 ปี แต่เนื่องจากความผิดทุกกระทงมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 3 ปี ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(1) ให้ลงโทษจำคุกทั้งสิ้นไม่เกิน 10 ปีจึงลงโทษจำคุก 10 ปี ฯลฯจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 15)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 16 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาจำเลยว่า ศาลชั้นต้นมิได้ให้เหตุผลไว้ว่าเหตุใดฎีกาจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 186(6),223 จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบนั้น เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่จำเป็นต้องให้เหตุผลไว้ว่าเหตุใดจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่จำเลยอุทธรณ์ในข้อที่ว่าฟ้องโจทก์เห็นได้ชัดว่าการกระทำของจำเลยมีเพียงเจตนาเดียวที่ดำเนินกิจการบริษัทเงินทุนเยาวราช จำกัด ด้วยความไม่สามารถ จึงเป็นการขัดต่อกฎหมายต่าง ๆ แม้จะต่างวาระกันก็เป็นการต่อเนื่องกัน ถือได้ว่าเป็นกรรมเดียวศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษถึง 110 กระทง จึงเป็นการคลาดเคลื่อนก็ดี และในข้อที่ว่าคำขอท้ายฟ้องโจทก์มิได้ขอให้เรียงกระทงลงโทษจำเลย ทั้งมิได้ขอให้นับโทษติดต่อกันไปด้วย ฟ้องจึงไม่สมบูรณ์ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษทุกกรรม และการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดเพียงกรรมเดียว ศาลไม่มีอำนาจลงโทษจำเลยหลายกระทงได้และไม่มีอำนาจเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91เป็นฎีกาในข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขอให้รับฎีกาของจำเลยนั้น ศาลฎีกาได้ตรวจฎีกาของจำเลยแล้วจำเลยฎีกาเพียงว่าศาลชอบที่จะลงโทษจำเลยในสถานเบาที่สุดเพราะจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ และรอการลงโทษให้จำเลยจึงจะชอบด้วยเหตุผลตามกฎหมายและว่าคำขอท้ายฟ้องโจทก์มิได้ระบุชัดแจ้ง เพียงแต่กล่าวอ้างว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายและขอให้ลงโทษมาลอย ๆ จำเลยควรได้รับการลงโทษสถานเบาคือเพียงไม่เกิน3 ปี จำเลยรับสารภาพ ควรได้ลดกึ่งหนึ่ง เหลือ 1 ปี 6 เดือนเมื่อโทษไม่เกิน 2 ปี ควรได้รับการรอการลงโทษไว้ก่อนเท่านั้นข้อที่จำเลยยกขึ้นกล่าวในอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนี้ ล้วนเป็นข้อที่ไม่มีในฟ้องฎีกา เป็นข้อที่จำเลยยกขึ้นมาใหม่ทั้งสิ้นเป็นคนละเรื่องกับที่จำเลยกล่าวในฟ้องฎีกา ศาลฎีกาไม่รับพิจารณาคำสั่งศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1774/2531พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสุพจน์ เดชสกุลธรจำเลยนายสุพจน์ เดชสกุลธร จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 186, ม. 195ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ศาลชั้นต้นมิได้ให้เหตุผลว่า เหตุใดฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186(6) และมาตรา 223และฎีกาของจำเลยก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระแก่คดี และเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 16 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์พ.ศ. 2522 มาตรา 28,29,30,35,36,57,70,75 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91 ฯลฯ

ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนฯ พ.ศ. 2522 มาตรา 75ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดและเป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 110 กระทง รวมจำคุก 110 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 55 ปี แต่เนื่องจากความผิดทุกกระทงมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 3 ปี ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(1) ให้ลงโทษจำคุกทั้งสิ้นไม่เกิน 10 ปีจึงลงโทษจำคุก 10 ปี ฯลฯจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 15)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 16 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาจำเลยว่า ศาลชั้นต้นมิได้ให้เหตุผลไว้ว่าเหตุใดฎีกาจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 186(6),223 จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบนั้น เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ว่า

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่จำเป็นต้องให้เหตุผลไว้ว่าเหตุใดจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่จำเลยอุทธรณ์ในข้อที่ว่าฟ้องโจทก์เห็นได้ชัดว่าการกระทำของจำเลยมีเพียงเจตนาเดียวที่ดำเนินกิจการบริษัทเงินทุนเยาวราช จำกัด ด้วยความไม่สามารถ จึงเป็นการขัดต่อกฎหมายต่าง ๆ แม้จะต่างวาระกันก็เป็นการต่อเนื่องกัน ถือได้ว่าเป็นกรรมเดียวศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษถึง 110 กระทง จึงเป็นการคลาดเคลื่อนก็ดี และในข้อที่ว่าคำขอท้ายฟ้องโจทก์มิได้ขอให้เรียงกระทงลงโทษจำเลย ทั้งมิได้ขอให้นับโทษติดต่อกันไปด้วย

ฟ้องจึงไม่สมบูรณ์ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษทุกกรรม และการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดเพียงกรรมเดียว ศาลไม่มีอำนาจลงโทษจำเลยหลายกระทงได้และไม่มีอำนาจเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91เป็นฎีกาในข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขอให้รับฎีกาของจำเลยนั้น ศาลฎีกาได้ตรวจฎีกาของจำเลยแล้ว

จำเลยฎีกาเพียงว่าศาลชอบที่จะลงโทษจำเลยในสถานเบาที่สุดเพราะจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ และรอการลงโทษให้จำเลยจึงจะชอบด้วยเหตุผลตามกฎหมายและว่าคำขอท้ายฟ้องโจทก์มิได้ระบุชัดแจ้ง เพียงแต่กล่าวอ้างว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายและขอให้ลงโทษมาลอย ๆ จำเลยควรได้รับการลงโทษสถานเบาคือเพียงไม่เกิน3 ปี จำเลยรับสารภาพ ควรได้ลดกึ่งหนึ่ง เหลือ 1 ปี 6 เดือนเมื่อโทษไม่เกิน 2 ปี ควรได้รับการรอการลงโทษไว้ก่อนเท่านั้นข้อที่จำเลยยกขึ้นกล่าวในอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนี้ ล้วนเป็นข้อที่ไม่มีในฟ้องฎีกา เป็นข้อที่จำเลยยกขึ้นมาใหม่ทั้งสิ้นเป็นคนละเรื่องกับที่จำเลยกล่าวในฟ้องฎีกา ศาลฎีกาไม่รับพิจารณาคำสั่งศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้