Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61932)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้ร้องทั้งสองฎีกา เพื่อมิให้โจทก์ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทซึ่งผู้ร้องใช้เป็นที่อยู่อาศัยในปัจจุบันระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 47) กรณีเป็นชั้นบังคับคดี คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้กู้ยืม ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้โจทก์เป็นเงิน 55,845 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 40,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันผ่อนชำระให้โจทก์เป็นรายเดือนไม่น้อยกว่าเดือนละ 1,000 บาท เดือนแรกให้ชำระให้โจทก์ภายในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2529 และต่อไปภายในวันที่ 5ของเดือนถัดไปติดต่อกันจนกว่าจะครบ หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมดให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที จำเลยผิดนัด โจทก์จึงบังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านเลขที่ 17 หมู่ที่ 5ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าบ้านพิพาทที่ถูกยึดไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2หากแต่เป็นของผู้ร้องทั้งสอง ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสองยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2530 ศาลชั้นต้นสั่งในวันนั้นเองว่า รับเป็นอุทธรณ์ของผู้ร้องสำเนาให้โจทก์แก้ ให้ผู้ร้องนำส่งภายใน 7 วัน ส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 5 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ 29 กันยายน 2530เจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่าผู้ร้องไม่ได้วางเงินค่านำส่งสำเนาอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ร้องทั้งสองได้แจ้งไว้ในอุทธรณ์ว่าจะรอฟังคำสั่งอยู่ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และกำหนดให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน 7 วันในวันเดียวกับที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นอุทธรณ์นั่นเอง ต้องถือว่าผู้ร้องทั้งสองทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว เมื่อผู้ร้องทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว จึงเป็นการทิ้งอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2),246 จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องทั้งสองฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 44,46) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ให้งดขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทไว้ในระหว่างฎีกา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1681/2531นายศรีวรรณ เกียรติสุรนนท์โจทก์นายสนิท งอมสงัด กับพวกผู้ร้องนายสนอง สุภาพ กับพวกจำเลยนายสนิท งอมสงัด ที่ 1 นางสาวสุรพร งอมสงัดฯ ที่ 2 ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องทั้งสองฎีกา เพื่อมิให้โจทก์ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทซึ่งผู้ร้องใช้เป็นที่อยู่อาศัยในปัจจุบันระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 47) กรณีเป็นชั้นบังคับคดี คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้กู้ยืม ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้โจทก์เป็นเงิน 55,845 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 40,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันผ่อนชำระให้โจทก์เป็นรายเดือนไม่น้อยกว่าเดือนละ 1,000 บาท เดือนแรกให้ชำระให้โจทก์ภายในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2529 และต่อไปภายในวันที่ 5ของเดือนถัดไปติดต่อกันจนกว่าจะครบ

หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมดให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที จำเลยผิดนัด โจทก์จึงบังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านเลขที่ 17 หมู่ที่ 5ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าบ้านพิพาทที่ถูกยึดไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2หากแต่เป็นของผู้ร้องทั้งสอง ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสองยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2530 ศาลชั้นต้นสั่งในวันนั้นเองว่า รับเป็นอุทธรณ์ของผู้ร้องสำเนาให้โจทก์แก้ ให้ผู้ร้องนำส่งภายใน 7 วัน ส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 5 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ 29 กันยายน 2530เจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่าผู้ร้องไม่ได้วางเงินค่านำส่งสำเนาอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ร้องทั้งสองได้แจ้งไว้ในอุทธรณ์ว่าจะรอฟังคำสั่งอยู่ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และกำหนดให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน 7 วันในวันเดียวกับที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นอุทธรณ์นั่นเอง ต้องถือว่าผู้ร้องทั้งสองทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว เมื่อผู้ร้องทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว จึงเป็นการทิ้งอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2),246 จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์

ผู้ร้องทั้งสองฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 44,46) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว ให้งดขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทไว้ในระหว่างฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18532/2555

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้