Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6185/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในขณะที่มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินสายลำปาง-เชียงใหม่ ในท้องที่อำเภอเมืองลำปาง อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง อำเภอแม่ทาอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน และอำเภอสารภีอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2509 ซึ่งได้ออกตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2497 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ต้องเวนคืนนั้นตกมาเป็นของจำเลยที่ 1ตามมาตรา 10 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 นับแต่วันที่พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ ฉบับดังกล่าวใช้บังคับแล้วหาได้ต้องตกอยู่ในเงื่อนไขว่าจำเลยที่ 1 จะต้องใช้เงินค่าทดแทนและเข้าครอบครองทรัพย์สินที่ถูกเวนคืนก่อนกรรมสิทธิ์จึงจะตกได้แก่จำเลยที่ 1 ไม่ เมื่อขณะที่โจทก์รับโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 8652 โดยการซื้อขาย กรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ตกเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์แล้วโจทก์จึงมิใช่เป็นเจ้าของที่ดินที่ต้องเวนคืน ซึ่งจะเรียกที่ดินคืนโดยอ้างว่าที่ดินดังกล่าวมิได้ใช้ตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนได้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอคืนที่ดินพิพาทจากจำเลยทั้งสอง โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนไม่พอใจในจำนวนเงินค่าทดแทนที่คณะกรรมการกำหนด ต้องอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่ให้มารับเงินค่าทดแทนตามมาตรา 25 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 โจทก์จึงจะมีสิทธินำคดีมาฟ้องศาลตามมาตรา 26 วรรคแรก แต่ปรากฏว่าเมื่อโจทก์ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่ให้มารับเงินค่าทดแทน โจทก์มิได้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีตามมาตรา 25 วรรคแรก เสียก่อน โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากจำเลยทั้งสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 มาตรา 8 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 มาตรา 10 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 25 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 26 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 36

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 8652 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 34 ตารางวา เมื่อวันที่16 มีนาคม 2508 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงแผ่นดิน สายลำปาง-เชียงใหม่ พ.ศ. 2508 ทำให้ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเป็นจำนวนเนื้อที่ 1 งาน 73 ตารางวา และในวันที่13 ธันวาคม 2509 ได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดิน สายลำปาง-เชียงใหม่ ในท้องที่อำเภอเมืองลำปาง อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง อำเภอแม่ทาอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน และอำเภอสารภีอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2509 ให้เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ดังกล่าว

จำเลยที่ 1 ได้สร้างทางหลวงสายดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยเมื่อปี 2511 โดยมิได้ใช้ที่ดินของโจทก์ส่วนที่อยู่ในแนวเขตที่จะต้องเวนคืนแต่อย่างใด จำเลยทั้งสองจะต้องดำเนินการคืนที่ดินส่วนนั้นให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองมิได้ดำเนินการแต่อย่างใด จำเลยทั้งสองเพิ่งนำเงินค่าทดแทนมาวางเมื่อปี 2530 ค่าของเงินตกต่ำลงและที่ดินของโจทก์อยู่ติดถนนสายลำปาง-เชียงใหม่ ราคาซื้อขายในท้องตลาดปัจจุบันไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 5,000 บาท ขอให้พิพากษาว่าพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินสายลำปาง-เชียงใหม่พ.ศ. 2509 ไม่มีผลใช้บังคับโจทก์ และให้จำเลยทั้งสองคืนที่ดินส่วนที่ถูกเวนคืนแก่โจทก์ รวมทั้งเพิกถอนการกระทำใด

ๆ ของจำเลยทั้งสองอันเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ และห้ามจำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท หากโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับที่ดินดังกล่าวคืน ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและค่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์เป็นเงิน 1,497,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยทั้งสองได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปตกลงราคาค่าทดแทนเมื่อปี 2531 แต่โจทก์เพิกเฉยจำเลยทั้งสองจึงนำเงินค่าทดแทนไปวางที่สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 5 จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งแจ้งให้โจทก์ไปรับ หากโจทก์ไม่พอใจในราคาอสังหาริมทรัพย์หรือจำนวนเงินค่าทดแทนก็ต้องใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

พ.ศ. 2530แต่โจทก์มิได้ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีกลับนำคดีมาฟ้องโดยมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขอคืนที่ดินพิพาทและมีสิทธิได้ค่าทดแทนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องนั้น ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของคู่ความและตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังมาโดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้เถียงฟังได้เป็นยุติว่าเมื่อปี 2508 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงแผ่นดินสายลำปาง-เชียงใหม่ พ.ศ. 2508 ออกใช้บังคับและที่ดินโฉนดเลขที่ 8652 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 34 ตารางวา อยู่ในแนวเขตที่จะสร้างทางหลวงเพียงบางส่วนเป็นเนื้อที่ 1 งาน 73 ตารางวาซึ่งต่อมาในปี 2509 ก็มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดิน สายลำปาง-เชียงใหม่ ในท้องที่อำเภอเมืองลำปาง

อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง อำเภอแม่ทาอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน และอำเภอสารภีอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2509 ออกใช้บังคับมีผลให้ที่ดินตามโฉนดเลขที่ดังกล่าวซึ่งอยู่ในแนวเขตที่จะสร้างทางหลวงรวมทั้งที่ดินพิพาทเนื้อที่ 1 งาน 73 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินตามโฉนดเลขที่ดังกล่าวถูกเวนคืนไปด้วยโจทก์ได้รับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 8652 มาทั้งแปลงเมื่อวันที่28 กุมภาพันธ์ 2522 โดยซื้อมาจากนายแพทย์บุญเริ่ม สิงหเนตรดังนี้ ในขณะที่มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2509ซึ่งได้ออกตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ต้องเวนคืนนั้นตกมาเป็นของจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 10 วรรคแรก

แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 นับแต่วันที่พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ ฉบับดังกล่าวใช้บังคับแล้ว หาได้ต้องตกอยู่ในเงื่อนไขว่าจำเลยที่ 1 จะต้องใช้เงินค่าทดแทนและเข้าครอบครองทรัพย์สินที่ถูกเวนคืนก่อนกรรมสิทธิ์จะตกได้แก่จำเลยที่ 1 ไม่ เมื่อขณะที่โจทก์รับโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่8652 โดยการซื้อขาย กรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ตกเป็นของจำเลยที่ 1ในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์แล้ว โจทก์จึงมิใช่เป็นเจ้าของที่ดินที่ต้องเวนคืนซึ่งจะเรียกที่ดินคืนโดยอ้างว่าที่ดินดังกล่าวมิได้ใช้ตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนได้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอคืนที่ดินพิพาทจากจำเลยทั้งสอง แต่เฉพาะเงินค่าทดแทนนั้น ในฐานะที่โจทก์เป็นผู้รับโอนทรัพย์สิน

โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องได้ตามมาตรา 10 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 ปัญหาว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกเงินดังกล่าวหรือไม่ ปรากฏว่าต่อมาได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530และหลังจากพระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับแล้วก็ยังมีการปฏิบัติเกี่ยวกับการเวนคืนต่อไปอีก โดยนายช่างเขตการทางเชียงใหม่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปติดต่อขอรับเงินค่าทดแทน ณ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 5 จังหวัดเชียงใหม่ และโจทก์ได้รับหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2532 ซึ่งการดำเนินการต่อไปจะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ. 2530 ตามบทบัญญัติมาตรา 36 วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนไม่พอใจในจำนวนเงินค่าทดแทนที่คณะกรรมการกำหนด ต้องอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่ให้มารับเงินค่าทดแทนตามมาตรา 25 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 โจทก์จึงจะมีสิทธินำคดีมาฟ้องศาลตามมาตรา 26 วรรคแรก แต่ปรากฏว่าเมื่อโจทก์ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่ให้มารับเงินค่าทดแทน โจทก์มิได้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีตามมาตรา 25 วรรคแรก เสียก่อน โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากจำเลยทั้งสองพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสมอ อินทรศักดิ์ · สุทธิ นิชโรจน์ · ชูชาติ ศรีแสง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6124/2553

บทบัญญัติมาตรา 25 วรรคหนึ่งและมาตรา 26 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 เป็นการกำหนดขั้นตอนในการตรวจสอบการกำหนดเงินค่าทดแทนเพื่อให้ประชาชนที่ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้รับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13199/2553

คดีก่อนที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มพร้อมทั้งดอกเบี้ย เป็นเงินค่าทดแทนสำหรับที่ดินที่ถูกเวนคืนที่ดินส่วนที่เหลือที่มีราคาลดลง สิ่งปลูกสร้าง ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3486/2551

ตาม พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินบริเวณที่ที่จะเวนคืน...ฯ กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.ฎ.ในฐานะดังกล่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจหน้าที่แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7890/2547

โจทก์มิได้โต้แย้งจำนวนเงินค่าทดแทนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่ถูกเวนคืน หากแต่โต้แย้งว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มิใช่บุคคลที่จำเลยทั้งสองได้จ่ายเงินค่าทดแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8176/2543

แม้ตามคำให้การของจำเลยที่ 1 ใช้ถ้อยคำว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความด้วยแต่ก็ให้การต่อสู้โดยอ้างถึงบทบัญญัติของมาตรา 26แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับวันที่รัฐมน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้