Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6124/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติมาตรา 25 วรรคหนึ่งและมาตรา 26 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 เป็นการกำหนดขั้นตอนในการตรวจสอบการกำหนดเงินค่าทดแทนเพื่อให้ประชาชนที่ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเป็นธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์ฟ้องคดีเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันราคาลดลงและค่าเช่าอาคารที่ลดลง ซึ่งเกินไปจากวงเงินที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ขอเพิ่มเงินค่าทดแทนดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาก่อนแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินพร้อมอาคารส่วนที่เหลืออันราคาลดลง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 6 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 9 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 10 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 18 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 23 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 25 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 26 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 28

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 40,324,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มจำนวน 2,960,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 28 พฤศจิกายน 2543) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นจำนวน 960,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 29464 ตำบลบางระมาด (ตลิ่งชัน) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 1 งาน 56 ตารางวา พร้อมอาคารสำนักงาน 3 ชั้น จำนวน 2 หลัง เลขที่ 77/1 และ 77/2 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ที่ดินดังกล่าวถูกเวนคืนบางส่วนเนื้อที่ 24 ตารางวา อันเนื่องจากการดำเนินการของจำเลยทั้งสองตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่อำเภอบางบัวทอง อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี และเขตตลิ่งชัน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2542 เพื่อก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดนครอินทร์ และถนนเชื่อมต่อสายติวานนท์-เพชรเกษม-รัตนาธิเบศร์ ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2542 คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ

กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ตารางวาละ 60,000 บาท เนื้อที่ 18 ตารางวา เป็นเงิน 1,080,000 บาท เงินค่าทดแทนรั้วคอนกรีตจำนวน 354,547 บาท และเงินค่าทดแทนขนย้ายทรัพย์สินจำนวน 23,718 บาท รวมเป็นเงิน 1,458,265 บาท โจทก์กับฝ่ายจำเลยทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2542 ตามสำเนาสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เอกสารหมาย จ.9 โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนดังกล่าวแล้วแต่โจทก์ไม่พอใจในจำนวนเงินค่าทดแทนที่ได้รับจึงยื่นอุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 2 มิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ต่อมาเมื่อรังวัดแบ่งแยกที่ดินปรากฏว่าที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนทั้งหมดเนื้อที่ 24 ตารางวา เพิ่มขึ้นจากที่จำเลยทั้งสองจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้แล้วอีก 6 ตารางวาศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้เพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์เป็นตารางวาละ 85,000 บาท และกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนกับอาคารและค่าเช่าจากการนำอาคารออกให้ลดลงเป็นเงิน 2,000,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์เป็นตารางวาละ 85,000 บาท เพิ่มขึ้นจากที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดให้อีกตารางวาละ 25,000 บาท เนื้อที่ 18 ตารางวา เป็นเงิน 450,000 บาท และที่ดินเนื้อที่ 6 ตารางวา ที่ยังไม่ได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินจำนวน 510,000 บาท รวมเป็นเงินค่าทดแทนที่ดินที่เพิ่มขึ้นจำนวน 960,000 บาท นับว่าเป็นคุณแก่โจทก์แล้ว จึงไม่เพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินในส่วนนี้อีกส่วนเงินค่าทดแทนที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนกับอาคารและเงินค่าทดแทนสำหรับค่าเช่าอาคารลดลงนั้น วินิจฉัยว่าโจทก์มิได้อุทธรณ์เงินค่าทดแทนที่ดินส่วนที่เหลือพร้อมอาคารอันราคาลดลงต่อจำเลยที่ 2 ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนในส่วนนี้

โจทก์ฎีกา ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ต่อไปว่า โจทก์มีสิทธิเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินพร้อมอาคารส่วนที่เหลืออันราคาลดลงหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาสรุปได้ว่า โจทก์เข้าใจโดยสุจริตว่า ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเพียง 18 ตารางวา ทำให้จอดรถยนต์น้อยลงกว่าเดิมเพียง 7 คัน โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 2 ตามหนังสืออุทธรณ์การกำหนดเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ฯ ฉบับลงวันที่ 27 ตุลาคม 2542 เอกสารหมาย จ.10 ขอเงินค่าทดแทนการสูญเสียการใช้ประโยชน์พื้นที่ 18 ตารางวา ซึ่งเป็นผลให้มูลค่าที่ดินส่วนที่เหลือมีราคาลดลงตามมาตรา 21 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 อย่างไรก็ตามโจทก์ทราบจากเจ้าพนักงานที่ดินว่าที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนรวมเนื้อที่ 24 ตารางวา

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2543 อันเป็นเวลาภายหลังจากโจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 2 เกินกว่า 1 ปีแล้ว การที่โจทก์เพิ่งทราบว่าที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเพิ่มอีก 6 ตารางวา โจทก์จึงไม่อาจยื่นอุทธรณ์ค่าทดแทนในส่วนนี้ต่อจำเลยที่ 2 ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนตามมาตรา 18 ผู้ใดไม่พอใจในราคาอสังหาริมทรัพย์หรือจำนวนเงินค่าทดแทนที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา 9 มาตรา 10 ทวิ มาตรา 23 หรือมาตรา 28 วรรคสาม มีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 6..." และมาตรา 26 วรรคหนึ่ง

บัญญัติว่า "ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนยังไม่พอใจในคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีตามมาตรา 25 ...ให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลภายในหนึ่งปี..." ตามบทกฎหมายดังกล่าวเป็นการกำหนดขั้นตอนในการตรวจสอบการกำหนดเงินค่าทดแทนเพื่อให้ประชาชนที่ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเป็นธรรมและถูกต้องตามกฎหมายโดยให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนที่ยังไม่พอใจในราคาอสังหาริมทรัพย์ หรือจำนวนเงินค่าทดแทนที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาได้ และในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนยังไม่พอใจในราคาอสังหาริมทรัพย์หรือจำนวนเงินที่คณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ กำหนดและได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาขอให้กำหนดเงินค่าทดแทนตามจำนวนที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนอุทธรณ์และรัฐมนตรีวินิจฉัย

ไม่เป็นไปตามที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนขอในอุทธรณ์ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้เพื่อให้ได้รับเงินค่าทดแทนตามจำนวนที่ได้อุทธรณ์ แต่กรณีของโจทก์ปรากฏตามหนังสืออุทธรณ์การกำหนดเงินค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์ฯ เอกสารหมาย จ.10 ว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนอุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 2 ขอให้พิจารณากำหนดเงินค่าทดแทนเพิ่มให้แก่โจทก์รวม 3 รายการ คือ 1. ค่าที่ดิน 18 ตารางวา ตารางวาละ 200,000 บาท คิดเป็นเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น 2,520,000 บาท 2. ค่าทดแทนรื้อถอนคอนกรีตและอื่นๆ เป็นเงิน 538,265 บาท 3. ค่าทดแทนการสูญเสียการใช้ประโยชน์ภายในที่ว่างเป็นเงิน 2,500,000 บาท รวมเป็นเงินค่าทดแทนที่เพิ่มขึ้น 5,180,000 บาท แต่โจทก์กลับมาฟ้องคดีเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันราคาลดลง 18,000,000 บาท และค่าเช่าอาคารที่ลดลงเดือนละ 77,520 บาท เป็นเวลา 20 ปี เป็นเงิน 18,604,800 บาท ซึ่งเกินไปจากวงเงินที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 2 หลายเท่าตัวโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ขอเพิ่มเงินค่าทดแทนดังกล่าวต่อจำเลยที่ 2 มาก่อนแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินพร้อมอาคารส่วนที่เหลืออันราคาลดลง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาคณะคดีปกครองเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไสว จันทะศรี · นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · นิยุต สุภัทรพาหิรผล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3551/2539

โจทก์ฟ้องโดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า โจทก์ไม่พอใจในจำนวนเงินค่าทดแทนที่ดินที่จำเลยกำหนด โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอให้กำหนดราคาค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ในราคาตารา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3181/2541

พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตภาษีเจริญ เขตจอมทอง เขตธนบุรี และเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2533มาตรา 4 ระบุให้อธิบดีกรมโยธาธิการเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตาม พ.ร.ฎ.นี้ และการดำเนิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2541

การที่มีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ มีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มีนาคม 2534 ได้แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1443/2541

แม้โจทก์มีที่ดินที่จะต้องเวนคืนคือที่ดินโฉนดเลขที่ 121005 อยู่ในบริเวณที่ที่จะเวนคืนตาม พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่อำเภอปากเกร็ด อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และเขตบางเขน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6341/2540

เมื่อจำเลยที่ 4 เป็นรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนพ.ศ. 2533 และยังเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวด้วยดังนี้ จำเล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้