คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 787/2531นายอนุยงค์ ประสาสนสิทธิ์โจทก์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจำเลยนายบุญชัย กุศลเพิ่มพูล ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์จำเลยเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลยจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยอุทธรณ์ข้อ 2.1 เป็นปัญหาว่า การที่โจทก์ต่อสู้คดีโดยไม่สุจริตนี้ โจทก์มีอำนาจทำได้โดยชอบหรือไม่อุทธรณ์ข้อ 2.2 เป็นปัญหาว่า ศาลแรงงานกลางพิจารณาพยานหลักฐานไม่ตรงกับประจักษ์พยานในคดีและอุทธรณ์ข้อ 2.3 เป็นปัญหาว่า
ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยคดีให้ตรงกับเหตุผลที่ศาลฎีกาให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่ให้ตรงกับเหตุแห่งการเลิกจ้างโจทก์ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 67)สืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีใหม่ แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีไปตามรูปความศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน37,145 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ ฯลฯจำเลยอุทธรณ์
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 60)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 64)คำสั่งที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลรับฟังคำเบิกความของนางมาลินีซึ่งเป็นพยานบอกเล่าว่านางอรวรรณชำระค่าโดยสารให้โจทก์เพียง2 บาท เป็นการไม่ชอบเพราะที่ถูกแล้วจะต้องฟังว่านางอรวรรณได้ชำระค่าโดยสารไป 4 บาท นั้น เป็นอุทธรณ์ที่คัดค้านการใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ส่วนอุทธรณ์ที่ว่า
ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยให้ตรงกับเหตุผลของศาลฎีกานั้น เห็นว่าอุทธรณ์ข้อนี้เป็นการอุทธรณ์ที่บิดเบือนคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง เพราะศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยตรงตามเหตุผลของศาลฎีกาแล้ว ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ให้ยกคำร้อง