Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61381)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน เป็นอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างร้ายแรงหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 47)โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของจำเลย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในอัตราหน้าที่และค่าจ้างตามเดิม และให้ใช้ค่าเสียหายเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 44)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 45)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์อุทธรณ์รวม 3 ข้อ โดยอุทธรณ์ข้อ 1 และข้อ 3มีใจความสืบเนื่องกันว่าที่ศาลแรงงานกลางฟังบันทึกคำให้การเอกสารหมาย ล.2 ว่าโจทก์เป็นผู้รับค่าระวางนั้น ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันแต่ฝ่ายโจทก์มีตัวโจทก์และนายดำเด็กท้ายรถเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่านายดำเป็นผู้รับเงินค่าระวางเพียงผู้เดียว โจทก์ไม่ได้รู้เห็นด้วย จะนำคำให้การในชั้นสอบสวนมาฟังปรักปรำโจทก์ว่าเป็นผู้ทุจริตไม่ได้ การที่โจทก์ทราบแล้วไม่แจ้งหรือนำส่งเงินค่าระวางแก่ด่านตรวจรถที่ผ่านมายังถือไม่ได้ว่าโจทก์ครอบครองเงินค่าระวางโดยทุจริตครั้นเมื่อนายอนงค์นายตรวจมาตรวจพบที่ด่านห้วยยางอำเภอทับสะแกโจทก์ก็ได้ส่งเงินค่าระวางนั้นแก่นายอนงค์เพื่อส่งมอบแก่บริษัทจำเลยมิได้ปิดบังยักยอกโดยเจตนาทุจริตแต่อย่างใด ก็ดี และโจทก์อุทธรณ์ข้อ 2 มีใจความว่านายอนงค์พยานจำเลยเบิกความปรักปรำโจทก์โดยขัดต่อเหตุผล ก็ดี ศาลฎีกาเห็นว่า อุทธรณ์โจทก์ทั้ง 3 ข้อเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางซึ่งฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าโจทก์เป็นผู้รับเงินค่าระวาง 200 บาทแล้วไม่นำส่งบริษัทจำเลยเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ เพื่อจะให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่ตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ไม่ได้รับเงินค่าระวางรายนี้ และไม่ได้ทุจริตต่อหน้าที่ อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 100/2531นายเรียน ศุกระพันธ์โจทก์บริษัท ขนส่ง จำกัดจำเลยนายเรียน ศุกระพันธ์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน เป็นอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างร้ายแรงหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 47)โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของจำเลย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในอัตราหน้าที่และค่าจ้างตามเดิม และให้ใช้ค่าเสียหายเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 44)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 45)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

โจทก์อุทธรณ์รวม 3 ข้อ โดยอุทธรณ์ข้อ 1 และข้อ 3มีใจความสืบเนื่องกันว่าที่ศาลแรงงานกลางฟังบันทึกคำให้การเอกสารหมาย ล.2 ว่าโจทก์เป็นผู้รับค่าระวางนั้น ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันแต่ฝ่ายโจทก์มีตัวโจทก์และนายดำเด็กท้ายรถเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่านายดำเป็นผู้รับเงินค่าระวางเพียงผู้เดียว โจทก์ไม่ได้รู้เห็นด้วย จะนำคำให้การในชั้นสอบสวนมาฟังปรักปรำโจทก์ว่าเป็นผู้ทุจริตไม่ได้ การที่โจทก์ทราบแล้วไม่แจ้งหรือนำส่งเงินค่าระวางแก่ด่านตรวจรถที่ผ่านมายังถือไม่ได้ว่าโจทก์ครอบครองเงินค่าระวางโดยทุจริตครั้นเมื่อนายอนงค์นายตรวจมาตรวจพบที่ด่านห้วยยางอำเภอทับสะแกโจทก์ก็ได้ส่งเงินค่าระวางนั้นแก่นายอนงค์เพื่อส่งมอบแก่บริษัทจำเลยมิได้ปิดบังยักยอกโดยเจตนาทุจริตแต่อย่างใด ก็ดี และโจทก์อุทธรณ์ข้อ 2 มีใจความว่านายอนงค์พยานจำเลยเบิกความปรักปรำโจทก์โดยขัดต่อเหตุผล ก็ดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า อุทธรณ์โจทก์ทั้ง 3 ข้อเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางซึ่งฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าโจทก์เป็นผู้รับเงินค่าระวาง 200 บาทแล้วไม่นำส่งบริษัทจำเลยเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ เพื่อจะให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่ตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ไม่ได้รับเงินค่าระวางรายนี้ และไม่ได้ทุจริตต่อหน้าที่ อันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2563

ฎีกาของจำเลยมีลักษณะเป็นการโต้แย้งว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว เป็นอุทธรณ์ที่มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้