Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61293)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220มีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งหกไม่ใช่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้น ศาลไม่มีอำนาจพิจารณาก้าวล่วงไปถึงการกระทำของจำเลยว่ามีเจตนาทุจริตหรือไม่ เนื่องจากจำเลยยังไม่ได้เข้ามาในคดี และยังไม่ได้ให้การต่อศาล จึงไม่อาจทราบเจตนาของจำเลยได้ว่ามีอยู่อย่างไรการที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิจารณาก้าวล่วงไปถึงการกระทำของจำเลยว่ามีเจตนาทุจริตหรือไม่ จึงไม่มีอำนาจกระทำได้ตามกฎหมายไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งหกไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 47)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59,83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลความผิดพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 อุทธรณ์ขอให้พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ฎีกาขอให้พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 42)โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 43)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาว่าในชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลไม่มีอำนาจพิจารณาก้าวล่วงไปถึงการกระทำของจำเลยว่ามีเจตนาทุจริตหรือไม่เพราะจำเลยยังมิได้เข้ามาในคดีนั้น ข้อกฎหมายในเรื่องนี้หาใช่เป็นดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ฎีกาข้อกฎหมายของโจทก์ดังกล่าวไม่เป็นสาระแก่คดี ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1770/2530นายสมชาย ศรีจินดา กับพวกโจทก์นายกมล คุปตวัช หรือนายเอียะ แซ่จิว กับพวกจำเลยนายสมชาย ศรีจินดา ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางสาวจิระพร ศรีจินดา ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนางสาวเรืองไร ศรีจินดา ที่ 3ผู้ยื่นคำร้องนายบุญเสริม ศรีจินดา ที่ 4ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 215, ม. 220, ม. 224, ม. 225ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220มีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งหกไม่ใช่ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า

ชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้น ศาลไม่มีอำนาจพิจารณาก้าวล่วงไปถึงการกระทำของจำเลยว่ามีเจตนาทุจริตหรือไม่ เนื่องจากจำเลยยังไม่ได้เข้ามาในคดี และยังไม่ได้ให้การต่อศาล จึงไม่อาจทราบเจตนาของจำเลยได้ว่ามีอยู่อย่างไรการที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิจารณาก้าวล่วงไปถึงการกระทำของจำเลยว่ามีเจตนาทุจริตหรือไม่ จึงไม่มีอำนาจกระทำได้ตามกฎหมายไม่ต้องห้ามฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งหกไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 47)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59,83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลความผิดพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 อุทธรณ์ขอให้พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ฎีกาขอให้พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 42)โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 43)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาว่าในชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลไม่มีอำนาจพิจารณาก้าวล่วงไปถึงการกระทำของจำเลยว่ามีเจตนาทุจริตหรือไม่เพราะจำเลยยังมิได้เข้ามาในคดีนั้น ข้อกฎหมายในเรื่องนี้หาใช่เป็นดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ฎีกาข้อกฎหมายของโจทก์ดังกล่าวไม่เป็นสาระแก่คดี ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสรี แสงศิลป์ · สุทิน นนทแก้ว · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2567

ในคดีอาญา แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ แต่มิได้หมายความว่าศาลจะต้องพิพากษาลงโทษจำเลยเสมอไป เพราะไม่ว่าจำเลยจะให้การเช่นใดก็เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องพิจารณาให้ได้ความว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริงจึงจะพิพากษาลง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5161/2566

เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาคดีที่รื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่แล้วพิพากษายกคำพิพากษาเดิมและพิพากษาใหม่เป็นยกฟ้องตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 มาตรา 13 (1) แล้ว สิทธิในกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 282/2566

โจทก์ร่วมหลงเชื่อตามที่จำเลยที่ 1 หลอกลวงจึงไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง แม้ผู้รับโอนจะไม่ใช่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้หลอกลวง แต่การที่ ฐ. ได้ไปซึ่งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเนื่องมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3851/2563

ภายหลังจากจำเลยกระทำความผิดคดีนี้ ได้มี พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2559 มาตรา 3 ให้ยกเลิก พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2541 โดยมาตรา 5 วรรคสอง ให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีฐานะเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1465/2563

คดีอาญา โจทก์มิได้ลงลายมือชื่อไว้ในฟ้อง จึงเป็นฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7) แต่การที่จะสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้องหรือไม่ประทับฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 161 วรรคหนึ่ง นั้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้