Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60701)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ฟังว่าที่ดินของโจทก์ที่อยู่ในซอยร่วมศิริมิตรมีมากกว่า 10 แปลง แต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกากับเงินวางศาลซึ่งเป็นค่าทนายความจำเลยเป็นเงินเพียง 10,000 บาทเศษโจทก์ยังมีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ โจทก์มิได้ยากจนจริงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์เสีย และให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 30 วัน ฯลฯโจทก์เห็นว่า คดีนี้ โจทก์มิได้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถามาแต่ต้นโจทก์เพิ่งขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา กรณีตกเป็นคนยากจนในภายหลัง ศาลต้องพิจารณาฐานะในทางทรัพย์สินของโจทก์จากเหตุในขณะยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฐานะทางทรัพย์สินของโจทก์จากเหตุในขณะที่โจทก์ยังมิได้ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา จึงไม่อาจรับฟังเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะในปัจจุบันได้ และโจทก์ได้นำสืบชัดแจ้งแล้วว่าเหตุที่โจทก์เป็นคนยากจนก็เพราะกรมสรรพากรได้อายัดทรัพย์สินทั้งหมดของโจทก์ไว้ตามเอกสาร ร.2 โจทก์ย่อมไม่อาจประกอบธุรกิจมีเงินได้มาใช้จ่ายในการฟ้องต่อสู้คดีได้ และที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าที่ดินของโจทก์ที่อยู่ในซอยร่วมศิริมิตร มีมากกว่า 10 แปลง แต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกากับเงินวางศาลซึ่งเป็นค่าทนายความจำเลยเป็นเงินเพียง10,000 บาทเศษ โจทก์ยังมีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ นั้นโจทก์ขอเรียนว่า ในขณะนี้ที่ดินดังกล่าวทั้งหมดของโจทก์ได้ถูกกรมสรรพากรอายัดไว้ทั้งหมด ไม่สามารถดำเนินและประกอบธุรกิจให้มีเงินได้มาใช้จ่ายเป็นค่าฤชาธรรมเนียมศาลได้ อาศัยเหตุดังกล่าวโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น และมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 แถลงคัดค้าน (อันดับ 104)โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้อง ขอให้เพิกถอนคำสั่งให้เสียค่าอากรและค่าเพิ่มอากรตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 ของจำเลยที่ 1 และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 4 เสียทั้งสิ้น ให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบบรรดาเอกสารตามที่ระบุอยู่ในเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 ให้แก่โจทก์ และให้โจทก์รับผิดเฉพาะค่าอากรตามประมวลรัษฎากรในเอกสารที่สมบูรณ์เป็นตราสารตามกฎหมายเท่านั้น ให้จำเลยที่ 1 รับเงินค่าอากรเฉพาะส่วนที่จะต้องเสียตามกฎหมายและให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 งดค่าเพิ่มอากรที่กำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 114,115 เสียทั้งสิ้นศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 88,87,101)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 102)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามทางไต่สวน ข้อเท็จจริงคงปรากฏแต่เพียงว่าโจทก์มีที่ดินมากกว่า 10 แปลง และถูกจำเลยที่ 1 อายัดไว้ทุกแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่มีทรัพย์สินอื่นอีกจึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกาอย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์หากโจทก์ยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก็ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 196/2530บริษัทราชามาเก็ตติ้ง จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลยบริษัทราชามาเก็ตติ้ง จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 149, ม. 156, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ฟังว่าที่ดินของโจทก์ที่อยู่ในซอยร่วมศิริมิตรมีมากกว่า 10 แปลง แต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกากับเงินวางศาลซึ่งเป็นค่าทนายความจำเลยเป็นเงินเพียง 10,000 บาทเศษโจทก์ยังมีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ โจทก์มิได้ยากจนจริงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์เสีย และให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 30 วัน ฯลฯโจทก์เห็นว่า คดีนี้ โจทก์มิได้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถามาแต่ต้นโจทก์เพิ่งขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา กรณีตกเป็นคนยากจนในภายหลัง ศาลต้องพิจารณาฐานะในทางทรัพย์สินของโจทก์จากเหตุในขณะยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฐานะทางทรัพย์สินของโจทก์จากเหตุในขณะที่โจทก์ยังมิได้ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา จึงไม่อาจรับฟังเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะในปัจจุบันได้ และโจทก์ได้นำสืบชัดแจ้งแล้วว่าเหตุที่โจทก์เป็นคนยากจนก็เพราะกรมสรรพากรได้อายัดทรัพย์สินทั้งหมดของโจทก์ไว้ตามเอกสาร

ร.2 โจทก์ย่อมไม่อาจประกอบธุรกิจมีเงินได้มาใช้จ่ายในการฟ้องต่อสู้คดีได้ และที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าที่ดินของโจทก์ที่อยู่ในซอยร่วมศิริมิตร มีมากกว่า 10 แปลง แต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกากับเงินวางศาลซึ่งเป็นค่าทนายความจำเลยเป็นเงินเพียง10,000 บาทเศษ โจทก์ยังมีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ นั้นโจทก์ขอเรียนว่า ในขณะนี้ที่ดินดังกล่าวทั้งหมดของโจทก์ได้ถูกกรมสรรพากรอายัดไว้ทั้งหมด ไม่สามารถดำเนินและประกอบธุรกิจให้มีเงินได้มาใช้จ่ายเป็นค่าฤชาธรรมเนียมศาลได้ อาศัยเหตุดังกล่าวโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น และมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 แถลงคัดค้าน (อันดับ 104)โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้อง

ขอให้เพิกถอนคำสั่งให้เสียค่าอากรและค่าเพิ่มอากรตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 ของจำเลยที่ 1 และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 4 เสียทั้งสิ้น ให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบบรรดาเอกสารตามที่ระบุอยู่ในเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 ให้แก่โจทก์ และให้โจทก์รับผิดเฉพาะค่าอากรตามประมวลรัษฎากรในเอกสารที่สมบูรณ์เป็นตราสารตามกฎหมายเท่านั้น ให้จำเลยที่ 1 รับเงินค่าอากรเฉพาะส่วนที่จะต้องเสียตามกฎหมายและให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 งดค่าเพิ่มอากรที่กำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 114,115 เสียทั้งสิ้นศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 88,87,101)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 102)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

เห็นว่าตามทางไต่สวน ข้อเท็จจริงคงปรากฏแต่เพียงว่าโจทก์มีที่ดินมากกว่า 10 แปลง และถูกจำเลยที่ 1 อายัดไว้ทุกแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่มีทรัพย์สินอื่นอีกจึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกาอย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์หากโจทก์ยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก็ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้