Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 60701)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ฟังว่าที่ดินของโจทก์ที่อยู่ในซอยร่วมศิริมิตรมีมากกว่า 10 แปลง แต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกากับเงินวางศาลซึ่งเป็นค่าทนายความจำเลยเป็นเงินเพียง 10,000 บาทเศษโจทก์ยังมีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ โจทก์มิได้ยากจนจริงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์เสีย และให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 30 วัน ฯลฯโจทก์เห็นว่า คดีนี้ โจทก์มิได้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถามาแต่ต้นโจทก์เพิ่งขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา กรณีตกเป็นคนยากจนในภายหลัง ศาลต้องพิจารณาฐานะในทางทรัพย์สินของโจทก์จากเหตุในขณะยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฐานะทางทรัพย์สินของโจทก์จากเหตุในขณะที่โจทก์ยังมิได้ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา จึงไม่อาจรับฟังเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะในปัจจุบันได้ และโจทก์ได้นำสืบชัดแจ้งแล้วว่าเหตุที่โจทก์เป็นคนยากจนก็เพราะกรมสรรพากรได้อายัดทรัพย์สินทั้งหมดของโจทก์ไว้ตามเอกสาร ร.2 โจทก์ย่อมไม่อาจประกอบธุรกิจมีเงินได้มาใช้จ่ายในการฟ้องต่อสู้คดีได้ และที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าที่ดินของโจทก์ที่อยู่ในซอยร่วมศิริมิตร มีมากกว่า 10 แปลง แต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกากับเงินวางศาลซึ่งเป็นค่าทนายความจำเลยเป็นเงินเพียง10,000 บาทเศษ โจทก์ยังมีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ นั้นโจทก์ขอเรียนว่า ในขณะนี้ที่ดินดังกล่าวทั้งหมดของโจทก์ได้ถูกกรมสรรพากรอายัดไว้ทั้งหมด ไม่สามารถดำเนินและประกอบธุรกิจให้มีเงินได้มาใช้จ่ายเป็นค่าฤชาธรรมเนียมศาลได้ อาศัยเหตุดังกล่าวโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น และมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 แถลงคัดค้าน (อันดับ 104)โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้อง ขอให้เพิกถอนคำสั่งให้เสียค่าอากรและค่าเพิ่มอากรตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 ของจำเลยที่ 1 และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 4 เสียทั้งสิ้น ให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบบรรดาเอกสารตามที่ระบุอยู่ในเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 ให้แก่โจทก์ และให้โจทก์รับผิดเฉพาะค่าอากรตามประมวลรัษฎากรในเอกสารที่สมบูรณ์เป็นตราสารตามกฎหมายเท่านั้น ให้จำเลยที่ 1 รับเงินค่าอากรเฉพาะส่วนที่จะต้องเสียตามกฎหมายและให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 งดค่าเพิ่มอากรที่กำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 114,115 เสียทั้งสิ้นศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 88,87,101)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 102)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามทางไต่สวน ข้อเท็จจริงคงปรากฏแต่เพียงว่าโจทก์มีที่ดินมากกว่า 10 แปลง และถูกจำเลยที่ 1 อายัดไว้ทุกแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่มีทรัพย์สินอื่นอีกจึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกาอย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์หากโจทก์ยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก็ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 196/2530บริษัทราชามาเก็ตติ้ง จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลยบริษัทราชามาเก็ตติ้ง จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 149, ม. 156, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ฟังว่าที่ดินของโจทก์ที่อยู่ในซอยร่วมศิริมิตรมีมากกว่า 10 แปลง แต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกากับเงินวางศาลซึ่งเป็นค่าทนายความจำเลยเป็นเงินเพียง 10,000 บาทเศษโจทก์ยังมีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ โจทก์มิได้ยากจนจริงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์เสีย และให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 30 วัน ฯลฯโจทก์เห็นว่า คดีนี้ โจทก์มิได้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถามาแต่ต้นโจทก์เพิ่งขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา กรณีตกเป็นคนยากจนในภายหลัง ศาลต้องพิจารณาฐานะในทางทรัพย์สินของโจทก์จากเหตุในขณะยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฐานะทางทรัพย์สินของโจทก์จากเหตุในขณะที่โจทก์ยังมิได้ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา จึงไม่อาจรับฟังเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะในปัจจุบันได้ และโจทก์ได้นำสืบชัดแจ้งแล้วว่าเหตุที่โจทก์เป็นคนยากจนก็เพราะกรมสรรพากรได้อายัดทรัพย์สินทั้งหมดของโจทก์ไว้ตามเอกสาร

ร.2 โจทก์ย่อมไม่อาจประกอบธุรกิจมีเงินได้มาใช้จ่ายในการฟ้องต่อสู้คดีได้ และที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าที่ดินของโจทก์ที่อยู่ในซอยร่วมศิริมิตร มีมากกว่า 10 แปลง แต่ค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกากับเงินวางศาลซึ่งเป็นค่าทนายความจำเลยเป็นเงินเพียง10,000 บาทเศษ โจทก์ยังมีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ นั้นโจทก์ขอเรียนว่า ในขณะนี้ที่ดินดังกล่าวทั้งหมดของโจทก์ได้ถูกกรมสรรพากรอายัดไว้ทั้งหมด ไม่สามารถดำเนินและประกอบธุรกิจให้มีเงินได้มาใช้จ่ายเป็นค่าฤชาธรรมเนียมศาลได้ อาศัยเหตุดังกล่าวโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น และมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 แถลงคัดค้าน (อันดับ 104)โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้อง

ขอให้เพิกถอนคำสั่งให้เสียค่าอากรและค่าเพิ่มอากรตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 ของจำเลยที่ 1 และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ตามเอกสารท้ายฟ้องหมาย 4 เสียทั้งสิ้น ให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบบรรดาเอกสารตามที่ระบุอยู่ในเอกสารท้ายฟ้องหมาย 2 ให้แก่โจทก์ และให้โจทก์รับผิดเฉพาะค่าอากรตามประมวลรัษฎากรในเอกสารที่สมบูรณ์เป็นตราสารตามกฎหมายเท่านั้น ให้จำเลยที่ 1 รับเงินค่าอากรเฉพาะส่วนที่จะต้องเสียตามกฎหมายและให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 งดค่าเพิ่มอากรที่กำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 114,115 เสียทั้งสิ้นศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 88,87,101)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 102)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

เห็นว่าตามทางไต่สวน ข้อเท็จจริงคงปรากฏแต่เพียงว่าโจทก์มีที่ดินมากกว่า 10 แปลง และถูกจำเลยที่ 1 อายัดไว้ทุกแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่มีทรัพย์สินอื่นอีกจึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ฎีกาอย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์หากโจทก์ยังติดใจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ก็ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

Matter details

Panel of judges
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up