Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60698)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า โจทก์ยังมีทรัพย์สินและกิจการซึ่งมีรายได้ประจำเดือนละ 60,000 บาท ถึง 70,000 บาท และโจทก์สามารถขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินได้เพื่อนำเงินมาเสียค่าธรรมเนียมศาลเห็นว่าโจทก์มิได้ยากจนถึงขนาดไม่สามารถที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์ที่จะฎีกาให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วัน นับแต่วันฟังคำสั่งโจทก์เห็นว่า ในชั้นไต่สวนโจทก์นำสืบได้ว่า คดีมีมูลพอที่จะฎีกาได้และโจทก์ไม่มีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ที่ศาลชั้นต้นอ้างว่า โจทก์มีรายได้เดือนละ 60,000 บาท ถึง 70,000บาท นั้นยังมิได้หักค่าใช้จ่าย ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วโจทก์ขาดทุนตกเป็นหนี้สินตลอดมา นอกจากนี้ที่ศาลชั้นต้นอ้างว่า โจทก์สามารถขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินได้นั้น เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงนอกสำนวน เนื่องจากโจทก์นำสืบว่าเป็นหนี้อยู่จึงไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินได้ โปรดมีคำสั่งให้โจทก์ฎีกาอย่างคนอนาถาหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 217)โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 10835,10836แขวงสามเสนใน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน โดยจำเลยทั้งสองรับผิดเสียค่าธรรมเนียมเพิกถอนการโอนเองแล้วให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแก่โจทก์ โดยให้โจทก์และจำเลยที่ 1 เสียค่าธรรมเนียมโอนขายคนละครึ่ง หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นเครื่องแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง โดยให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมไปก่อนแล้วเรียกเก็บจากจำเลยทั้งสองและเมื่อจดทะเบียนโอนให้แก่โจทก์แล้ว ให้จำเลยที่ 1 รับเงินค่าที่ดินจากโจทก์ 6,255,500 บาท หากการโอนที่ดินแก่โจทก์ตกเป็นพ้นวิสัยหรือเพิกถอนการโอนไม่ได้ ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์3,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 198,197,213)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 215)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าโจทก์มิได้อยู่ในฐานะเป็นคนยากจนไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ให้ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะฎีกาให้นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลใน 1 เดือน

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 193/2530นางสอางค์ ตั้งใจโจทก์นางผะอบ ณ นคร กับพวกจำเลยนางสอางค์ ตั้งใจ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 149, ม. 156, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า โจทก์ยังมีทรัพย์สินและกิจการซึ่งมีรายได้ประจำเดือนละ 60,000 บาท ถึง 70,000 บาท และโจทก์สามารถขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินได้เพื่อนำเงินมาเสียค่าธรรมเนียมศาลเห็นว่าโจทก์มิได้ยากจนถึงขนาดไม่สามารถที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์ที่จะฎีกาให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วัน นับแต่วันฟังคำสั่งโจทก์เห็นว่า ในชั้นไต่สวนโจทก์นำสืบได้ว่า คดีมีมูลพอที่จะฎีกาได้และโจทก์ไม่มีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ที่ศาลชั้นต้นอ้างว่า โจทก์มีรายได้เดือนละ 60,000 บาท ถึง 70,000บาท นั้นยังมิได้หักค่าใช้จ่าย ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วโจทก์ขาดทุนตกเป็นหนี้สินตลอดมา

นอกจากนี้ที่ศาลชั้นต้นอ้างว่า โจทก์สามารถขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินได้นั้น เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงนอกสำนวน เนื่องจากโจทก์นำสืบว่าเป็นหนี้อยู่จึงไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินได้ โปรดมีคำสั่งให้โจทก์ฎีกาอย่างคนอนาถาหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 217)โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 10835,10836แขวงสามเสนใน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน โดยจำเลยทั้งสองรับผิดเสียค่าธรรมเนียมเพิกถอนการโอนเองแล้วให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแก่โจทก์ โดยให้โจทก์และจำเลยที่ 1 เสียค่าธรรมเนียมโอนขายคนละครึ่ง หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม

ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นเครื่องแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง โดยให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมไปก่อนแล้วเรียกเก็บจากจำเลยทั้งสองและเมื่อจดทะเบียนโอนให้แก่โจทก์แล้ว ให้จำเลยที่ 1 รับเงินค่าที่ดินจากโจทก์ 6,255,500 บาท หากการโอนที่ดินแก่โจทก์ตกเป็นพ้นวิสัยหรือเพิกถอนการโอนไม่ได้ ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์3,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 198,197,213)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 215)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าโจทก์มิได้อยู่ในฐานะเป็นคนยากจนไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ให้ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะฎีกาให้นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลใน 1 เดือน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้