Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 60558)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงแรกไม่เกิน 5 ปีกระทงที่สองไม่เกิน 1 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 มาตรา 219 ฯลฯจำเลยที่ 1 อ้างว่าฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เนื้อหาสาระสำคัญในฎีกา เป็นฎีกาเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าการวินิจฉัยและรับฟังพยานหลักฐานของศาลผิดไปจากข้อเท็จจริงที่นำสืบในสำนวน ชอบหรือไม่หาเป็นฎีกาเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลไม่ นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 ยังฎีกาอีกว่า การกระทำของจำเลยที่ 1ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง เพราะจำเลยได้จัดส่งผู้เสียหายทั้งสองไปรออยู่เพื่อไปประเทศมาเลเซียจริง แต่ผู้เสียหายเห็นว่าหากได้งานทำ จะได้ค่าแรงต่ำ จึงพากันกลับกรุงเทพมหานครเองจึงหามีการหลอกลวงไม่ เพราะขาดองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงและปัญหาที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหรือไม่นี้ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ก็ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ซึ่งศาลชั้นต้นหาได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยไม่โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 เพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรก,83 กระทงหนึ่ง จำคุก 5 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 1 เดือน ฯลฯ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก ให้จำคุก 5 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27อีกกระทงหนึ่งให้จำคุก 1 เดือน รวม 2 กระทงเป็นจำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด 5 ปี 1 เดือน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 22,000 บาทแก่นายเอี่ยมไชยสิงห์และคืนเงิน15,000บาทแก่นายสมจิตรไชยชาติ ผู้เสียหายด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 97)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงแรกกำหนด 5 ปี กระทงที่สองกำหนด 1 เดือนคดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และมาตรา 219 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอ้างว่าจำเลยที่ 1 ฎีกาว่าการวินิจฉัยและรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ผิดไปจากข้อเท็จจริงที่นำสืบในสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย เห็นว่าข้อความในฎีกาของจำเลยที่ 1 ทั้งหมดเป็นการคัดค้านการใช้ดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสอง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คำร้องข้อต่อไปของจำเลยที่ 1 กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดตามฟ้องเพราะจำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนาหลอกลวงผู้เสียหายแต่อย่างใด เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1ผิดสัญญาไม่ปฏิบัติชำระหนี้ทางแพ่งเท่านั้น จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย เห็นว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้วฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้อง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกเช่นกัน ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1704/2529พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์จ่าสิบเอกสมเดช บุญสวัสดิ์ กับพวกจำเลยจ่าสิบเอกสมเดช บุญสวัสดิ์ จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงแรกไม่เกิน 5 ปีกระทงที่สองไม่เกิน 1 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 มาตรา 219 ฯลฯจำเลยที่ 1 อ้างว่าฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เนื้อหาสาระสำคัญในฎีกา เป็นฎีกาเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า

ฎีกาของจำเลยที่ว่าการวินิจฉัยและรับฟังพยานหลักฐานของศาลผิดไปจากข้อเท็จจริงที่นำสืบในสำนวน ชอบหรือไม่หาเป็นฎีกาเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลไม่ นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 ยังฎีกาอีกว่า การกระทำของจำเลยที่ 1ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง เพราะจำเลยได้จัดส่งผู้เสียหายทั้งสองไปรออยู่เพื่อไปประเทศมาเลเซียจริง แต่ผู้เสียหายเห็นว่าหากได้งานทำ จะได้ค่าแรงต่ำ จึงพากันกลับกรุงเทพมหานครเองจึงหามีการหลอกลวงไม่ เพราะขาดองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงและปัญหาที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหรือไม่นี้ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์

ก็ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ซึ่งศาลชั้นต้นหาได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยไม่โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 เพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรก,83 กระทงหนึ่ง จำคุก 5 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 1 เดือน ฯลฯ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก ให้จำคุก 5 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27อีกกระทงหนึ่งให้จำคุก 1 เดือน รวม 2 กระทงเป็นจำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด 5 ปี 1 เดือน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 22,000 บาทแก่นายเอี่ยมไชยสิงห์และคืนเงิน15,000บาทแก่นายสมจิตรไชยชาติ ผู้เสียหายด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 97)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 101)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงแรกกำหนด 5 ปี กระทงที่สองกำหนด 1 เดือนคดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และมาตรา 219 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอ้างว่าจำเลยที่ 1 ฎีกาว่าการวินิจฉัยและรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ผิดไปจากข้อเท็จจริงที่นำสืบในสำนวน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย เห็นว่าข้อความในฎีกาของจำเลยที่ 1 ทั้งหมดเป็นการคัดค้านการใช้ดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสอง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

คำร้องข้อต่อไปของจำเลยที่ 1 กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดตามฟ้องเพราะจำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนาหลอกลวงผู้เสียหายแต่อย่างใด เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1ผิดสัญญาไม่ปฏิบัติชำระหนี้ทางแพ่งเท่านั้น จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย เห็นว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้วฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้อง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกเช่นกัน ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้