Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 60311)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 และข้อ 2.2 เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจชั่งน้ำหนักคำพยานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาจำเลย ข้อ 2.1 และข้อ 2.2 สำหรับฎีกาจำเลยข้อ 2.3เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย จึงรับเป็นฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ จำเลยที่ 1 ถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี1 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยมิได้แก้ไขแต่อย่างใด จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 แต่อย่างใด และฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ของจำเลยมิได้โต้แย้งการชั่งน้ำหนักพยานของศาลแต่อย่างใด แต่ฎีกาขอให้วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ศาลล่างทั้งสองศาลฟังมาว่าเป็นความผิดฐานฉ้อโกง นั้นจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือว่าจะเป็นความผิดในทางแพ่งล้วน ๆฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งแก้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 เสียเป็นให้รับฎีกาของจำเลยดังกล่าวไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 116)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,343,83,91 ลงโทษตามมาตรา 343 จำคุก 5 ปีพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27 ลงโทษตามมาตรา 27 จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 1 เดือน นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 15403/2526 และหมายเลขแดงที่ 15834/2526 ของศาลนี้ กับให้จำเลยที่ 1 คืนเงินแก่ผู้เสียหายจำนวน 116,400 บาทด้วยจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 113)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 116)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1สำหรับข้อหาฐานฉ้อโกงมีกำหนด 5 ปี ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อ 2.1 และ 2.2 เป็นการฎีกาว่าจำเลยที่ 1ไม่มีเจตนาฉ้อโกงประชาชนและผู้เสียหายมิได้มอบเงินให้จำเลยที่ 1เนื่องจากการหลอกลวง ซึ่งล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1269/2529พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายวันอนันต์ สะหะรัฐ กับพวกจำเลยนายวันอนันต์ สะหะรัฐ จำเลย ที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 และข้อ 2.2 เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจชั่งน้ำหนักคำพยานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาจำเลย ข้อ 2.1 และข้อ 2.2 สำหรับฎีกาจำเลยข้อ 2.3เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย จึงรับเป็นฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ จำเลยที่ 1 ถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี1 เดือน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยมิได้แก้ไขแต่อย่างใด จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 แต่อย่างใด และฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ของจำเลยมิได้โต้แย้งการชั่งน้ำหนักพยานของศาลแต่อย่างใด แต่ฎีกาขอให้วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ศาลล่างทั้งสองศาลฟังมาว่าเป็นความผิดฐานฉ้อโกง นั้นจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือว่าจะเป็นความผิดในทางแพ่งล้วน ๆฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งแก้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 เสียเป็นให้รับฎีกาของจำเลยดังกล่าวไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 116)

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,343,83,91 ลงโทษตามมาตรา 343 จำคุก 5 ปีพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27 ลงโทษตามมาตรา 27 จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 1 เดือน นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 15403/2526 และหมายเลขแดงที่ 15834/2526 ของศาลนี้ กับให้จำเลยที่ 1 คืนเงินแก่ผู้เสียหายจำนวน 116,400 บาทด้วยจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 113)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 116)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1สำหรับข้อหาฐานฉ้อโกงมีกำหนด 5 ปี ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อ 2.1 และ 2.2 เป็นการฎีกาว่าจำเลยที่ 1ไม่มีเจตนาฉ้อโกงประชาชนและผู้เสียหายมิได้มอบเงินให้จำเลยที่ 1เนื่องจากการหลอกลวง ซึ่งล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสวก จันทร์ผ่อง · สหัส สิงหวิริยะ · สาระ เสาวมล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้