Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2529 (ref. 60311)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 และข้อ 2.2 เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจชั่งน้ำหนักคำพยานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาจำเลย ข้อ 2.1 และข้อ 2.2 สำหรับฎีกาจำเลยข้อ 2.3เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย จึงรับเป็นฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ จำเลยที่ 1 ถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี1 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยมิได้แก้ไขแต่อย่างใด จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 แต่อย่างใด และฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ของจำเลยมิได้โต้แย้งการชั่งน้ำหนักพยานของศาลแต่อย่างใด แต่ฎีกาขอให้วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ศาลล่างทั้งสองศาลฟังมาว่าเป็นความผิดฐานฉ้อโกง นั้นจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือว่าจะเป็นความผิดในทางแพ่งล้วน ๆฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งแก้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 เสียเป็นให้รับฎีกาของจำเลยดังกล่าวไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 116)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,343,83,91 ลงโทษตามมาตรา 343 จำคุก 5 ปีพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27 ลงโทษตามมาตรา 27 จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 1 เดือน นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 15403/2526 และหมายเลขแดงที่ 15834/2526 ของศาลนี้ กับให้จำเลยที่ 1 คืนเงินแก่ผู้เสียหายจำนวน 116,400 บาทด้วยจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 113)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 116)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1สำหรับข้อหาฐานฉ้อโกงมีกำหนด 5 ปี ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อ 2.1 และ 2.2 เป็นการฎีกาว่าจำเลยที่ 1ไม่มีเจตนาฉ้อโกงประชาชนและผู้เสียหายมิได้มอบเงินให้จำเลยที่ 1เนื่องจากการหลอกลวง ซึ่งล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1269/2529พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายวันอนันต์ สะหะรัฐ กับพวกจำเลยนายวันอนันต์ สะหะรัฐ จำเลย ที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 และข้อ 2.2 เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจชั่งน้ำหนักคำพยานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาจำเลย ข้อ 2.1 และข้อ 2.2 สำหรับฎีกาจำเลยข้อ 2.3เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย จึงรับเป็นฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ จำเลยที่ 1 ถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี1 เดือน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยมิได้แก้ไขแต่อย่างใด จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 แต่อย่างใด และฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 ของจำเลยมิได้โต้แย้งการชั่งน้ำหนักพยานของศาลแต่อย่างใด แต่ฎีกาขอให้วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ศาลล่างทั้งสองศาลฟังมาว่าเป็นความผิดฐานฉ้อโกง นั้นจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือว่าจะเป็นความผิดในทางแพ่งล้วน ๆฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งแก้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 เสียเป็นให้รับฎีกาของจำเลยดังกล่าวไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 116)

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,343,83,91 ลงโทษตามมาตรา 343 จำคุก 5 ปีพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27 ลงโทษตามมาตรา 27 จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 1 เดือน นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 15403/2526 และหมายเลขแดงที่ 15834/2526 ของศาลนี้ กับให้จำเลยที่ 1 คืนเงินแก่ผู้เสียหายจำนวน 116,400 บาทด้วยจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 113)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 116)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1สำหรับข้อหาฐานฉ้อโกงมีกำหนด 5 ปี ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อ 2.1 และ 2.2 เป็นการฎีกาว่าจำเลยที่ 1ไม่มีเจตนาฉ้อโกงประชาชนและผู้เสียหายมิได้มอบเงินให้จำเลยที่ 1เนื่องจากการหลอกลวง ซึ่งล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อ 2.1 และ 2.2 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1

Matter details

Panel of judges
เสวก จันทร์ผ่อง · สหัส สิงหวิริยะ · สาระ เสาวมล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up