Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59652)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยทุกประเด็นเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางแจ้งให้ผู้รับมอบอำนาจและผู้แทนโจทก์ทั้ง 4 ทราบคำร้องโดยวิธีประกาศหน้าศาล (อันดับ 54)คดีทั้ง 4 สำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางรวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์สำนวนถัดไปว่า โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 4 ตามลำดับ ส่วนจำเลยทั้ง 4 สำนวนเป็นบุคคลเดียวกันศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 960 บาท จ่ายค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ที่ 2 จำนวน 1,248 บาท และค่าจ้างที่ค้างอีก780 บาท รวมเป็นเงิน 2,028 บาท จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ที่ 3 จำนวน 1,248 บาท และคืนเงินประกันอีก 500 บาทรวมเป็นเงิน 1,748 บาท จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ที่ 4 จำนวน 2,026.66 บาท คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 45)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48)คำสั่งอุทธรณ์ของจำเลยที่หยิบยกคำเบิกความของโจทก์แต่ละคนขึ้นอ้างเพื่อแสดงว่าโจทก์แต่ละคนเข้าทำงานตั้งแต่เมื่อใด อัตราค่าจ้างเดือนละเท่าใด แล้วสรุปว่าตามคำเบิกความดังกล่าวแสดงว่า โจทก์ยังเป็นลูกจ้างทดลองงาน โจทก์ทั้งสี่จึงเป็นลูกจ้างชั่วคราวไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำก็ดี อุทธรณ์ที่ว่า ใครสั่งให้โจทก์หยุดงานก็ดีล้วนแต่เป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยและนางสุภาพ อักษรสว่าง ผู้ควบคุมร้านของจำเลยและมีอำนาจสั่งแทนจำเลย เป็นผู้สั่งอนุญาตให้โจทก์หยุดงานได้ จึงเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1754 - 1757/2532นางดวงดาว มนตรีวิทย์โจทก์นายอำนวย อำนวยสุขวงศ์จำเลยนายอำนวย อำนวยสุขวงศ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยทุกประเด็นเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาด้วยหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางแจ้งให้ผู้รับมอบอำนาจและผู้แทนโจทก์ทั้ง 4 ทราบคำร้องโดยวิธีประกาศหน้าศาล (อันดับ 54)คดีทั้ง 4 สำนวนนี้

ศาลแรงงานกลางรวมการพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์สำนวนถัดไปว่า โจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 4 ตามลำดับ ส่วนจำเลยทั้ง 4 สำนวนเป็นบุคคลเดียวกันศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 960 บาท จ่ายค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ที่ 2 จำนวน 1,248 บาท และค่าจ้างที่ค้างอีก780 บาท รวมเป็นเงิน 2,028 บาท จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ที่ 3 จำนวน 1,248 บาท และคืนเงินประกันอีก 500 บาทรวมเป็นเงิน 1,748 บาท จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ที่ 4 จำนวน 2,026.66 บาท คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 45)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48)คำสั่งอุทธรณ์ของจำเลยที่หยิบยกคำเบิกความของโจทก์แต่ละคนขึ้นอ้างเพื่อแสดงว่าโจทก์แต่ละคนเข้าทำงานตั้งแต่เมื่อใด อัตราค่าจ้างเดือนละเท่าใด แล้วสรุปว่าตามคำเบิกความดังกล่าวแสดงว่า โจทก์ยังเป็นลูกจ้างทดลองงาน โจทก์ทั้งสี่จึงเป็นลูกจ้างชั่วคราวไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำก็ดี อุทธรณ์ที่ว่า ใครสั่งให้โจทก์หยุดงานก็ดีล้วนแต่เป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยและนางสุภาพ อักษรสว่าง ผู้ควบคุมร้านของจำเลยและมีอำนาจสั่งแทนจำเลย เป็นผู้สั่งอนุญาตให้โจทก์หยุดงานได้ จึงเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้