Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59651)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะความผิดตามมาตรา 172 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ไม่รับโจทก์เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำตามหน้าที่โดยมิชอบอันมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162ทั้งข้อความตามที่ปรากฏในเอกสาร จ.3 จำเลยกระทำต่อหน้าบุคคลที่สามทำให้โจทก์เสียหาย การกระทำของจำเลยย่อมมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 อีกด้วย ฎีกาของโจทก์ทุกข้อเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทุกข้อไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 56)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162,172,326,328,90,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 48)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 52)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้มีหน้าที่รับรองคุณสมบัติโจทก์ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยวินิจฉัยว่า การที่จำเลยไม่รับรองโจทก์เพราะเห็นว่าโจทก์ไม่เหมาะสมและไม่เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จึงเป็นกรณีที่ศาลล่างทั้งสองยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีหน้าที่รับรองโจทก์จำเลยไม่รับรองความประพฤติโจทก์เพราะเจตนากลั่นแกล้งเนื่องจากมีสาเหตุโกรธเคืองกัน จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวส่วนความผิดในข้อหาตามมาตรา 326,328 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของโจทก์ไม่เป็นการโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย ดังนี้ ความผิดในข้อหาตามมาตรา 326,328 จึงมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ โจทก์จะฎีกาว่า ความผิดในข้อหาดังกล่าวมีมูลความผิดอีกไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1752/2532นายสมบุญ อุ่นวงศ์โจทก์นายบุญชู บุญชูรัตนภาพจำเลยนายสมบุญ อุ่นวงศ์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 220, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะความผิดตามมาตรา 172 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ไม่รับโจทก์เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำตามหน้าที่โดยมิชอบอันมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162ทั้งข้อความตามที่ปรากฏในเอกสาร จ.3 จำเลยกระทำต่อหน้าบุคคลที่สามทำให้โจทก์เสียหาย การกระทำของจำเลยย่อมมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 อีกด้วย ฎีกาของโจทก์ทุกข้อเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทุกข้อไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 56)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162,172,326,328,90,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว

เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 48)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 52)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้มีหน้าที่รับรองคุณสมบัติโจทก์ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยวินิจฉัยว่า การที่จำเลยไม่รับรองโจทก์เพราะเห็นว่าโจทก์ไม่เหมาะสมและไม่เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จึงเป็นกรณีที่ศาลล่างทั้งสองยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีหน้าที่รับรองโจทก์จำเลยไม่รับรองความประพฤติโจทก์เพราะเจตนากลั่นแกล้งเนื่องจากมีสาเหตุโกรธเคืองกัน จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวส่วนความผิดในข้อหาตามมาตรา 326,328 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของโจทก์ไม่เป็นการโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย ดังนี้ ความผิดในข้อหาตามมาตรา 326,328 จึงมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ โจทก์จะฎีกาว่า ความผิดในข้อหาดังกล่าวมีมูลความผิดอีกไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · พนม พ่วงภิญโญ · ประเสริฐ บุญศรี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61482)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริงทั้งหมดต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ยกฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายเรื่องการตีความเอกสา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 61293)

ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220มีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4813/2554

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์มาโดยไม่มีการอนุญาตหรือรับรองให้ฎีกาจึงเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1962/2543

โจทก์มีความประสงค์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของโจทก์ แม้คำขอท้ายคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์จะระบุขอให้ส่งไปยังศาลอุทธรณ์ด้วยเหตุผิดหลงใด ๆ ก็ตาม ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะส่งคำร้องฉบับนี้ไปให้ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58492)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6527/2534 ศาลชั้นต้น ยังไม่วินิจฉัยในฟ้อง คดีย่อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้